แจงขยับส่วนต่างรับความผันผวน
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาทองคำ ว่า กรณีสมาคมค้าทองคำมีมติให้เพิ่มส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายทองคำแท่งจากเดิม 100 บาทปรับขึ้นเป็น 200 บาท เนื่องจากราคาทองคำทั้งในและต่างประเทศผันผวนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อไม่นานมานี้ราคาทองคำในประเทศมีการเปลี่ยนแปลงมากถึง 75 ครั้งภายในวันเดียว นับเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ตลาดทองคำไทย ซึ่งความผันผวนนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านค้าทองคำจำนวนมากที่ไม่สามารถปรับป้ายราคาได้ทัน เพราะบางช่วงราคาปรับเปลี่ยนภายในเวลาเพียง 1 ถึง 2 นาที ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน
นายจิตติ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากคิดตามต้นทุนจริงส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายทองคำแท่งควรอยู่ที่ประมาณ 400 แต่ทางสมาคมค้าทองคำมองว่า หากปรับขึ้นไปถึง 400 จะสร้างความลำบากให้กับผู้ซื้อมากเกินไป จึงปรับมาอยู่ที่ 200 บาท ซึ่งส่วนต่าง 200 บาท ไม่ได้หมายความว่าร้านค้าทองจะมีกำไรเพิ่มขึ้น แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากราคาทองคำที่ผันผวนในช่วงนี้ ขณะเดียวกันยังอยู่ในระดับที่ไม่สร้างภาระให้กับผู้ซื้อมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้ สมาคมค้าทองคำได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังไม่มีมาตรการอะไรเพิ่มเติม
ท้ายปีลุ้นทองพุ่ง 9หมื่นบาท
นายจิตติ ประเมินว่า ในช่วงไตรมาสที่ 3 ถึง ไตรมาสที่ 4 ราคาทองคำอาจปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 90,000 บาท จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ซื้อทองคำส่วนใหญ่ติดตามราคาทองแบบเรียลไทม์ ทำให้การเปลี่ยนแปลงราคามีผลต่อการตัดสินใจซื้อขาย ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาของร้านค้าทองคำยังอยู่ในระดับสูงหากร้านค้าปรับราคาไม่ทัน หรือบริหารจัดการความเสี่ยงได้ไม่ดีก็มีความเสี่ยงขาดทุนได้เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนที่ลงทุนระยะสั้น ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดและประเมินความเสี่ยงให้รอบคอบ
“ผู้ที่ลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สระยะสั้น และคนที่มีทุนน้อยไม่ควรซื้อเยอะจนเกินตัวเสี่ยงขาดทุนสูงถึง 80% อันนี้อันตรายมาก ๆ เวลาราคาเปลี่ยนตัวลงมาจะปรับตัวไม่ทันจะถูกบังคับให้ขาย แต่ถ้าซื้อจากหน้าร้านก็ไม่เป็นไรซื้อเก็บไว้ไม่ขายมันก็ขึ้นมาใหม่เหมือนกับช่วงนี้”นายจิตติกล่าว

