หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยหน้าหมอง เ...

ไทยหน้าหมอง เปรียบผู้ป่วยแห่งเอเชีย เอกชนชี้รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ทุกปมปัญหา

4.02.26 | 15:16 น.

ไทยหน้าหมอง เปรียบผู้ป่วยแห่งเอเชีย เอกชนชี้รัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ทุกปมปัญหา

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาที่มีอยู่ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจนกดกำลังซื้อ สินค้านำเข้าที่ทะลักเข้ามา ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีไปต่อได้ยาก ค่าเงินบาทที่แข็งผิดปกติ เงินทุนสีเทา เศรษฐกิจใต้ดิน และปัญหาคอร์รัปชัน ทั้งหมดเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างชัดเจนมาโดยตลอด จึงอยากเห็นหลังเลือกตั้งแล้วเสร็จ รัฐบาลใหม่จะนำประเด็นเหล่านี้มาแก้ไขอย่างไรภายใน 100 วันแรก ให้ความสำคัญกับเรื่องใดก่อนหลัง เพราะตอนนี้ประเทศไทยในสายตาต่างชาติ กลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย หรือ sick man ต้องยอมรับว่าไทยตอนนี้เหมือนผู้ป่วยจริงๆ หน้าหมอง อมโรค ไม่สบายกายไม่สบายใจจนแสดงออกผ่านสีหน้า เป็นการเตือนว่าต้องรีบฟื้นร่างกายกลับมาให้ได้ ผ่านการได้รัฐบาลที่มีคนเก่งเข้ามาทำงาน ไม่ใช่หมอให้กินแต่ยาหม้อ แถมเชื่อหมอดู ทำให้เมื่อเราได้รับฉายาหรือคำวิจารณ์ต่างๆ จึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่า จำเป็นต้องรีบฟื้นฟูประเทศให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งและมีเสน่ห์อีกครั้ง

หวังยลโฉมหน้ารัฐไม่ล่าช้า

นายเกรียงไกร กล่าวว่า หลังเลือกตั้งแล้วเสร็จ เอกชนต้องการเห็นขั้นตอนดำเนินการตามไทม์ไลน์ที่มี เพราะตอนนี้ก็กังวลเรื่องงบประมาณที่อาจล่าช้ามากอยู่แล้ว เพราะปัญหาความไม่เสถียรทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอย การจัดซื้อจัดจ้าง และการลงทุนภาครัฐ ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทย ที่เดิมคาดการณ์ว่าปีนี้จะเติบโตได้เพียง 1.6–2% เท่านั้น หากกระบวนการจะดตั้งรัฐบาลสะดุดมากขึ้น จะยิ่งส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่น และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่จำเป็นต้องเร่งกลับมาแก้ไขโดยเร็ว และในระยะยาวควรให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน มากกว่าการใช้นโยบายหาเสียงระยะสั้น หรือประชานิยมที่มากเกินไป

กระตุ้นศก.ระยะสั้นยังจำเป็น

Advertisement

“นโยบายระยะสั้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังคงมีความจำเป็นอยู่ เพราะเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างมาก กลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือ เอสเอ็มอี รวมถึงผู้บริโภค มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงต้องครอบคลุมทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่มาตรการเหล่านี้ต้องทำควบคู่กันอย่างสมดุล ไม่ใช่เพียงมาตรการระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้องส่งผลต่อเนื่องไปถึงระยะกลางและระยะยาว เพื่อสร้างความยั่งยืน” นายเกรียงไกร กล่าว

การเมืองหั่นอายุรัฐบาลสั้นลง

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่ผ่านมาคือ โครงสร้างทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลอายุสั้นลงเรื่อยๆ อย่างรัฐบาลล่าสุดที่อยู่ภายใต้กรอบเอ็มโอยูก็มีอายุเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งในความเป็นจริงมีเวลาบริหารเพียงประมาณ 2 เดือนกว่าเท่านั้น ส่งผลให้หลายเรื่องติดขัด ทำให้รัฐบาลเลือกใช้นโยบายระยะสั้นมากกว่าการวางแผนระยะกลางและระยะยาว เพราะงบประมาณมีจำกัด ต้องเพาะเมล็ดพันธุ์พืชที่มีศักยภาพมากที่สุด เนื่องจากความท้าทายทุกอย่างในโลกนี้ เกิดจากการควบคุมไม่ได้ ประเทศมหาอำนาจใช้พลังที่มีอยู่สุดในทุกด้าน ไม่สนใจกรอบที่เคยมี ทำให้มีผลกระทบต่อทั่วโลก ทุกประเทศจึงปรับตัวนำคนเก่ง ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำงานรับมือ แต่ก็ยังเหนื่อยกับการรับมือความท้าทาย ทำให้ไทยต้องนำคนเก่ง คนดี มีฝีมือเข้ามาทำงานเหมือนสิงคโปร์ที่ส่งออกยังโตดีท่ามกลางสถานการณ์โลกท้าทายสูง เพราะมีคนเก่งเข้ามาทำงานด้านการบริหารม