‘ปลัดณัฐพล’ยกเครื่องอุตฯไทยรับเทรนด์โลก
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ดึงอุตสาหกรรมไทย สู่การเติบโตยุคใหม่อย่างยั้งยืน” ในงานประจำปี สศอ. (OIE Forum) ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด “Rising Beyond Challenges : Toward Sustainability for Thailand’s Industries ฝ่าความท้าทาย ดันอุตสาหกรรมไทย สู่อนาคตยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางความยั่งยืน นอกจากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัย พัฒนาด้านเศรษฐกิจ จะต้องมีการดูแลสังคม รวมทั้งสามารถอยู่ได้ดีกับกติกาสังคมหรือกติกาของโลก มีการดูแลสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัย และสิ่งที่สำคัญคือด้านการกระจายรายได้ โดยการประกอบอุตสาหกรรมต้องมาซึ่งประโยชน์กับประชาชนทุกคน
“ตั้งแต่หลังช่วงโควิดที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเรายังไม่ฟื้นตัวดีมาก ซึ่งความคาดหวังที่ว่าอุตสาหกรรมต้องทำแบบเดิมเหมือนช่วงก่อนโควิดถึงจะฟื้นตัวนั่นไม่ถูกต้อง เพราะทุกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดแล้ว เนื่องจากพฤติกรรม new normal ที่ทำผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตตั้งแต่การซื้อของ การประกอบธุรกิจ การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นต้น นอกจะนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี หรือเอไอ เพราะฉะนั้นธุรกิจที่ยืนอยู่ได้ต้องเป็นธุรกิจที่ปรับตัวแล้ว ถ้าภาคอุตสาหกรรมยืนแบบเดิม มีโอกาสยากมากที่จะกลับไปยืนเหมือนช่วงก่อนโควิด” นายณัฐพล กล่าว
ชี้รบ.ใหม่นิ่งดันผลิตโต
นายณัฐพล กล่าวด้วยว่า สำหรับการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มองว่าถึงแม้นโยบายแต่ละพรรคจะมีความแตกต่างกัน แต่ทุกพรรคมีนโยบายที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมแก่ประเทศทั้งสิ้น เชื่อว่าหากเรามีรัฐบาลที่นิ่ง ตัวเลขอุตสาหกรรมจะดีขึ้นและเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน
ปลื้มนโยบายอ้อยสด-เหลือเผาแค่2%
นายณัฐพล กล่าวถึงนโยบายการตัดอ้อยสด100% เพื่อลดเผาลดพีเอ็ม2.5 ว่า มาตรการนอกจากคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย ยังสอดรับเทรนด์โลกปัจจุบัน ล่าสุดสถานการณ์ผลผลิตอ้อย ณ ปัจจุบัน มีอ้อยสดที่ 98% และอ้อยเผาเพียง 2% ซึ่งประเทศไทยไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน และจากการที่ไทยเคยตามหลังด้านการตัดอ้อยสด ในตอนนี้ขยับขึ้นมาอยู่หน้าสุดในโลกแล้ว ดังนั้นต้องขอบคุณภาคอุตสาหกรรมอ้อยโดยเฉพาะชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาลที่เป็นกลไกสำคัญช่วยควบคุมตัวเลขได้ดี อย่างไรก็ตาม การควบคุมที่ดีนำมาซึ่งการลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม2.5 ที่แม้ในวันที่อากาศปิดก็ไม่แย่เหมือนปีที่แล้ว ที่จะมีเกณฑ์ค่าฝุ่นประมาณระดับสีส้ม เห็นฟ้าเป็นสีฟ้า
ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ในปีนี้มีไม่มีอ้อยตกมาตรฐานที่ระดับความหวาน 10 ซี.ซี.เอส รวมทั้งมีระดับที่ดีกว่าค่ามาตรฐานกว่า 20% เพราะฉะนั้นสามารถพูดได้เต็มปากว่าน้ำตาลไทยเป็นน้ำตาลสีเขียว และทำให้สากลโลกทราบว่าถ้าซื้อน้ำตาลไทยจะเป็นน้ำตาลที่ดูแลสิ่งแวดล้อม


