หน้าแรก เศรษฐกิจ บิตคอยน์ ดิ่ง...

บิตคอยน์ ดิ่งลงต่อเนื่อง ร่วงแล้วกว่า 40% จากจุดสูงสุดตลอดกาล วันเดียวลงกว่า 7%

5.02.26 | 18:16 น.
bitcoin
(AP Photo/Kin Cheung, File)

บิตคอยน์ ดิ่งลงต่อเนื่อง ร่วงแล้วกว่า 40% จากจุดสูงสุดตลอดกาล วันเดียวลงกว่า 7%

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตลาดทุนเอเชีย วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กำลังเผชิญหน้ากับการเทขายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่บิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี

ข่าวระบุว่า ความกังวลระลอกล่าสุดเกี่ยวกับราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งสูงเกินไป ได้ส่งผลทำให้ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ร่วงลงเกือบ 4 เปอร์เซ็นต์ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงไปมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ข้อมูลจาก CoinDesk แจ้งว่า ด้านบิตคอยน์ที่มีการซื้อขายอยู่ที่ระดับใกล้เคียง 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ได้ลดลงถึง 7.3 เปอร์เซ็นต์ หลังจากร่วงลงไปแตะระดับประมาณ 69,000 ดอลลาร์ ในช่วงก่อนหน้าของวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 และร่วงลงห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาล ที่ 126,000 ดอลลาร์ ไปแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ ราคาบิตคอยน์ได้ดิ่งลงอย่างมาก หลังจากนายสก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ตอบคำถามของคณะกรรมาธิการบริหารทางการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรว่า เขาไม่มีอำนาจในการสั่งให้ธนาคารพาณิชย์เข้าซื้อสินทรัพย์ประเภทดังกล่าว

ข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ดัชนี S&P 500 ได้ร่วงลงไป 0.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ดัชนี ดาวโจนส์ เพิ่มสูงขึ้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ และแนสแด็ก ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีที่ดิ่งลงถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์

Advertisement

แม้ว่าจำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นใน S&P 500 จะมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลงถึงกว่าสองเท่า แต่การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ฉุดให้ดัชนีโดยรวมปิดลบเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

โดยเฉพาะหุ้น AMC ที่ราคาร่วงลงถึง 17.3 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าบริษัทจะรายงานกำไรในไตรมาสล่าสุดที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก็ตาม อีกทั้งยังได้ประมาณการรายได้สำหรับต้นปี 2569 ที่สูงกว่าที่คาดไว้ด้วย แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับนักลงทุน หลังจากราคาหุ้นของบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึง 2 เท่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า หุ้นของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอยู่ภายใต้แรงกดดัน แม้ว่าจะมีกำไรที่แข็งแกร่งเกินกว่าคาดการณ์ไว้ หลังจากราคาพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากตลาดที่เติบโตขึ้น โดยบริษัทอย่างผู้ผลิตซอฟต์แวร์ กำลังเจอกับคำถามเกี่ยวกับเรื่องของอนาคตที่กำลังเผชิญกับคู่แข่งที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์