หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้า ชี้ เศร...

หอค้า ชี้ เศรษฐกิจไทยยังไม่โคม่า-หวังเห็น ก.เกษตรเร่งพัฒนาเกษตรเพิ่มผลิตภาพ

7.02.26 | 16:10 น.

หอค้า ชี้ เศรษฐกิจไทยยังไม่โคม่า-หวังเห็น ก.เกษตรเร่งพัฒนาเกษตรเพิ่มผลิตภาพ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยถึง กรณีสื่อต่างประเทศรายงานว่า เศรษฐกิจไทยติดกับดักการเติบโตต่ำเฉลี่ยเพียงราว 2% ต่อปีต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี จากประเทศที่เคยถูกยกให้เป็น ‘เสือเศรษฐกิจเอเชีย’ กลับถูกเปรียบเป็น ’คนป่วยโคม่า‘ ว่า การวิเคราะห์ดังกล่าวอ้างอิงจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาซึ่งสะท้อนภาพการเติบโตที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นว่าประเทศไทยกำลังถอยหลัง

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาลง เนื่องจากขาดการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยดูเหมือนถอยหลังในแง่ความสามารถในการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้น “โคม่า” หนักแต่เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังและเตรียมการอย่างจริงจัง หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ต่อเนื่อง ก็มีความเสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตได้ในอนาคต

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากช่วงขาลง หากดำเนินนโยบายได้อย่างถูกทิศทาง เศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้ง โดยต้องดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวควบคู่กันไป ซึ่งไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะเข้ามาบริหารประเทศ ต่างต้องเผชิญภาระงานหนักเช่นเดียวกัน และจะต้องทำงานให้หนัก  ซึ่งจากการติดตามนโยบายของพรรคการเมืองใหญ่ๆ พบว่ามีทิศทางใกล้เคียงกัน คือการมุ่งเน้นเพิ่ม ‘ความสามารถในการแข่งขัน’ ของประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ และไม่ว่าวิธีการของแต่ละพรรคจะต่างกันอย่างไร แต่หากเป้าหมายคือการฟื้นเศรษฐกิจก็ถือว่ามาถูกทาง สิ่งสำคัญคือการมีเสถียรภาพของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง และ หากมีเสียงสนับสนุนที่เข้มแข็ง จะช่วยให้การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้รวดเร็วและมีความมั่นใจมากขึ้น

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ตนประเมินว่าการที่จะฟื้นเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นได้ต้องใช้เวลา โดยในระยะสั้นควรมุ่งสร้างฐานเศรษฐกิจให้มั่นคง แม้ตัวเลขอาจยังไม่เติบโตโดดเด่น แต่ไม่ควรแย่ไปกว่าเดิม ส่วนในระยะถัดไป ผลจากการวางรากฐานจะเริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สาธารณะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Advertisement

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับหน้าตาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจที่ตนให้ความสำคัญนั้นตนความเห็นว่ากระทรวงเศรษฐกิจหลักที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ดังนี้ 1. กระทรวงการคลัง ที่ยังคงเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล 2. กระทรวงพาณิชย์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศก็มีความสำคัญไม่น้อย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยเอื้อให้การเจรจาทางเศรษฐกิจและความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นไปอย่างราบรื่น

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเศรษฐกิจอื่นๆ ตนให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างรายได้ของประเทศ แต่ที่ผ่านมากลับน่าเสียดายที่ยังไม่ค่อยเห็นนโยบายจากภาคการเมืองที่เน้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของ “การเพิ่มผลิตภาพ” (Productivity) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ตนไม่ค่อยได้ยินจากพรรคการเมืองต่างๆ มากนัก แต่มักจะเห็นนโยบายที่ไปให้ความสำคัญกับการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นหลักมากกว่า ดังนั้นจึงอยากเห็นกระทรวงเกษตรฯ ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตควบคู่ไปกับการขยายตลาด เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและจับต้องได้จริง