หุ้นไทยดีดแรง บวก 38.51 จุด รับผลเลือกตั้งน้ำเงินทั้งแผ่นดิน หวังเห็นนโยบาย ศก.ต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,354.01 จุด เคลื่อนไหวที่ระดับ 1,392.52 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 38.51 จุด หรือบวก 2.84% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,398.86 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,384.61 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 40,966.66 ล้านบาท
โดย นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากผลเลือกตั้งเมื่อวานนี้ (8 กุมภาพันธ์) ชี้ถึงความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ ทำให้เป็นการปรับขึ้นจากวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นบวกได้ดีกว่าคาด มีแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ในช่วงการปรับพอร์ตเข้าตลาดหุ้นในแถบอาเซียน (สัปดาห์ที่แล้วนักลงทุนกังวลธีมหุ้นเทคโนโลยี หมุนเข้าตลาดหุ้นเสี่ยงต่ำ) ผนวกกับตลาดหุ้นอินโดนีเซียถูกกดดันจาก Moody’s ลดแนวโน้มเครดิต แม้เป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยนักลงทุนส่วนหนึ่งอยู่นอกตลาด เพื่อติดตามผลเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
นายรักพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยการลงทุนที่ต้องจับตา ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐแรลลี่แรง หลังจากนักลงทุนหมุนกลับเข้าหุ้นเทคโนโลยีอีกครั้ง หลังจากย่อยข่าวลบเกี่ยวกับงบลงทุนเอไอ ปี 2569 ไปแล้ว ขณะที่ธีมขาขึ้นของหุ้นเทคฯ โลกยังไม่จบ รวมถึงผลเลือกตั้งของไทยเมื่อวานนี้ ที่เป็นบวกกับดัชนีหุ้นหลังจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนำโดยนายกรักษาการนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ที่นั่ง สส. มากที่สุด และจะเป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ ด้านรายละเอียดของไทม์ไลน์ของการเมืองนั้น ต้องติดตาม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันหลังวันเลือกตั้ง ดังนั้นวันสุดท้ายที่ กกต. ต้องรับรองผลคือ 9 เมษายนนี้ จากนั้นจะต้องเปิดประชุมสภานัดแรกภายใน 15 วัน (24 เมษายน) ซึ่งตามปกติแล้ววาระประชุมสภานัดแรกจะเป็นการเลือกประธานสภา เพื่อไปดำเนินการเลือกนายกฯ ทั้งนี้ เรามองว่าน่าจะสามารถตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้

