กทพ. สรุปผลศึกษาทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย วงเงินลงทุนกว่า 7.4 หมื่นล้าน เริ่มสร้างปี 2572
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม Fortune 3 โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เพื่อรายงานผลการศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่
รายงานข่าวจากที่ประชุม เปิดเผยว่า กทพ. ได้มอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด ดำเนินการศึกษาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 ใช้ระยะเวลาศึกษา 36 เดือน หรือ 1,080 วัน ซึ่งขณะนี้การศึกษาดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงาน ทั้งนี้ การศึกษาครอบคลุมผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน งานสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียด งานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตลอดจนการวิเคราะห์ความเหมาะสมในการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ
รายงานข่าว เผยว่า จากผลการศึกษา กทพ. ประเมินมูลค่าลงทุนรวมของโครงการไว้ที่ 74,044 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 63,275 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ 7,559 ล้านบาท โดยโครงการมีแผนดำเนินการในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562
รายงานข่าว ระบุว่า แนวเส้นทางโครงการเริ่มต้นบริเวณกิโลเมตรที่ 14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านตำบลควนทองและตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และสิ้นสุดเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ที่กิโลเมตรที่ 9+000 บริเวณตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมระยะทางทั้งสิ้น 37.41 กิโลเมตร
รายงานข่าวระบุว่า รูปแบบโครงการแบ่งเป็นช่วงทางพิเศษระดับดิน ขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ใช้เขตทางกว้าง 40 เมตร พร้อมรั้วกั้นตลอดแนว และมีทางบริการทั้งสองฝั่ง โดยใช้เขตทางรวม 70 เมตร พร้อมจุดเข้า–ออก 3 แห่ง ส่วนช่วงสะพานข้ามทะเลมีระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ออกแบบให้ใช้ชิ้นส่วนคอนกรีตหล่อสำเร็จรูปเป็นหลัก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ขณะเดียวกัน บริเวณช่วงกลางของสะพานจะก่อสร้างเป็นสะพานขึง (Cable-stayed Bridge) มีเสาสูงประมาณ 135 เมตร และมีความสูงช่องลอดใต้สะพานไม่น้อยกว่า 50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อรองรับการเดินเรือขนาดใหญ่ โดยออกแบบตามมาตรฐานสากล คำนึงถึงเสถียรภาพโครงสร้างภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว
รายงานข่าว เผยว่า ด้านสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่า โครงการไม่มีแนวเส้นทางตัดผ่านพื้นที่ต้นน้ำลำธาร และอยู่ในพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 5 ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อระบบต้นน้ำ ช่วงบนบกมีความจำเป็นต้องขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานราชการตามกฎหมาย และมีการเวนคืนที่ดินเอกชนจำนวน 277 แปลง รวมสิ่งปลูกสร้าง 45 หลัง โดยจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ภายใต้หลักความเป็นธรรม โปร่งใส และอ้างอิงราคาตลาด
รายงานข่าว ระบุว่า โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณูปโภค เพื่อนำระบบไฟฟ้า ประปา และระบบสื่อสารข้ามทะเลเข้าสู่เกาะสมุยบนโครงสร้างทางพิเศษ ช่วยเสริมความมั่นคงโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งแผ่นดิน เช่น อำเภอขนอม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์ด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทางอากาศเพิ่มขึ้นผ่านสนามบินสุราษฎร์ธานีและสนามบินนครศรีธรรมราช โดยกรมท่าอากาศยานอยู่ระหว่างเตรียมแผนพัฒนาขยายขีดความสามารถของสนามบิน รวมถึงการขยายรันเวย์เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
รายงานข่าวจากที่ประชุม ระบุว่า สำหรับอัตราค่าผ่านทาง กทพ. กำหนดจัดเก็บในอัตราคงที่ (Flat Rate) ณ ปีที่เปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) แบ่งตามประเภทรถ ได้แก่ รถ 4 ล้อ คันละ 1,000 บาท รถ 6-10 ล้อ คันละ 2,000 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ คันละ 3,000 บาท โดยจะมีการปรับอัตราค่าผ่านทางทุก 5 ปี ตามดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
รายงานข่าวจากที่ประชุม กล่าวว่า หลังจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 กทพ. จะดำเนินการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนขออนุมัติรายงาน EIA และขออนุมัติดำเนินโครงการ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2572 และเปิดให้บริการในช่วงปลายปี พ.ศ. 2576




