หน้าแรก เศรษฐกิจ โครเอนเนอร์ยี...

โครเอนเนอร์ยี่กรีนหวังโต 100% ปี69 ตั้งเป้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ใน 5 ปี

11.02.26 | 17:49 น.

โครเอนเนอร์ยี่กรีนหวังโต100%ปี69 ดันธุรกิจSolar EPC-ลงทุนPPAมุ่งเน็ตซีโร ตั้งเป้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ใน5ปี

น.ส.รณันธร พลชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท โคร เอนเนอร์ยี่ กรีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาดและระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร (Solar EPC: Engineering, Procurement and Construction) ให้บริการตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง วิเคราะห์ความคุ้มค่าการลงทุน ไปจนถึงการลงทุนและซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Private Power Purchase Agreement (PPA) ครอบคลุมโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล อาคารพาณิชย์ ตลอดจนที่อยู่อาศัย และโครงการโซลาร์ฟาร์ม และ โซล่าร์เซลล์บนน้ำ (Solar Floating) ขนาดหลายเมกะวัตต์

จุดแข็งของบริษัทฯ คือ มุ่งเน้นการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าจริงของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและผลตอบแทนทางการเงิน โดยนำการเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ ยึด 3 Core Values หลัก ได้แก่

1. ประสิทธิภาพและผลตอบแทนที่ชัดเจน ทุกโครงการผ่านการวิเคราะห์ความคุ้มค่าการลงทุนอย่างเป็นระบบ (ROI / Payback) โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือประเมิน

2. ความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ บริษัทให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา

Advertisement

3. การเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่สังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งลดก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย

บริษัทและบริษัทในเครือดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์มากว่า 10 ปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20-30% ต่อปี จากการลดลงของต้นทุนการลงทุนโซลาร์เซลล์อย่างมีนัยสำคัญ ปี 2568 รายได้จากธุรกิจโซลาร์เซลล์ของบริษัทและบริษัทในเครือเติบโตประมาณ 200-300 ล้านบาท และในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 100% จากปีก่อนหน้า

โดยมีพันธมิตรด้านเงินทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศรองรับการขยายพอร์ต จากความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคอุตสาหกรรม การขยายโครงการในรูปแบบ การใช้พลังงานสะอาดอีกหนึ่งรูปแบบ คือ “Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement รวมถึงการเสริมโครงสร้างหลังคาอาคารโรงงานเพื่อรองรับน้ำหนักระบบตามข้อกำหนดกฎหมายและมาตรฐานใหม่

นอกจากนี้บริษัทวางแผนปรับโครงสร้างองค์กรออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บริษัทด้านงานรับเหมาและวิศวกรรม (EPC) ที่ดูแลงานออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ และก่อสร้างระบบพลังงานครบวงจร และบริษัทลูกด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Private PPA) ที่ลงทุนระบบให้ลูกค้าใช้ไฟระยะยาว

รวมทั้งตั้งเป้าเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในประมาณ 5 ปี ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและความเสถียรนโยบายรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงหลักของธุรกิจคือราคาวัสดุจากจีน โดยแผงโซลาร์ปรับเพิ่มจากประมาณ 2 บาทต่อวัตต์ เป็นราว 4.5 บาทต่อวัตต์ ส่งผลให้โครงการที่เซ็นสัญญาแล้วไม่สามารถปรับราคาได้ ต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มและกำไรลดลงเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในระยะยาว