หน้าแรก เศรษฐกิจ AOT โกยกำไรไต...

AOT โกยกำไรไตรมาสแรก ปี69 กว่า 4.6 พันล. เดินหน้าแผนแม่บท ขยายศักยภาพสนามบิน

13.02.26 | 16:32 น.

ทอท.โชว์กำไรงวด 3 เดือนแรก 4.6 พันล้าน เดินหน้าแผนแม่บท ขยายศักยภาพสนามบิน

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2568) ว่า บริษัทมีรายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) จำนวน 8,863.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 58.85 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.67 ขณะที่มีรายได้รวมทั้งสิ้น 17,332.42 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท สะท้อนทิศทางการฟื้นตัวของภาคการบินและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ปวีณา กล่าวว่า สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในความรับผิดชอบของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 208,281 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.82 แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 116,594 เที่ยว และเที่ยวบินภายในประเทศ 91,687 เที่ยว ขณะที่จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรวมอยู่ที่ 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.50 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.92 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 13.55 ล้านคน โดยการเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน ส่งผลให้ระดับการใช้โครงสร้างพื้นฐาน (Utilization Rate) ของสนามบินในสังกัด AOT ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และบางแห่งเริ่มเข้าใกล้ขีดความสามารถสูงสุด (Capacity Constraint)

น.ส.ปวีณา กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นในการเร่งขยายขีดความสามารถของสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป โดยโครงการพัฒนาศักยภาพสนามบินตามแผนแม่บทของ ทอท. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2577 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารรวมเป็นประมาณ 214.5 ล้านคนต่อปี สามารถรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ทอท. ได้เดินหน้าปรับโครงสร้างรายได้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในส่วนของรายได้จากกิจการการบิน บริษัทได้ผลักดันโครงการจูงใจสายการบินให้ทำการบิน ณ ท่าอากาศยานในสังกัด ทอท. เพื่อกระตุ้นการเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่เที่ยวบิน รวมถึงการปรับอัตราโครงสร้างค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge : PSC) ให้เหมาะสมกับต้นทุนและสภาพการแข่งขัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มบังคับใช้ได้ในช่วงกลางปี 2569 และจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ ทอท. เพิ่มขึ้นอีกกว่าหมื่นล้านบาท

Advertisement

น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ในส่วนของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue) ทอท. ได้เร่งปรับโครงสร้างรายได้ด้วยการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวและลดความผันผวนจากการพึ่งพารายได้ด้านการบินเพียงด้านเดียว โดยโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ได้แก่ โครงการสถานีชาร์จรถโดยสารไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าการลงทุนกว่า 40 ล้านบาท และเตรียมเปิดประมูลพื้นที่ขนาด 17 ไร่ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มูลค่าการลงทุนกว่า 75 ล้านบาท นอกจากนี้ ทอท.ยังมีแผนเปิดให้เอกชนลงทุนในกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่หลากหลาย อาทิ โรงแรม และโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสาร สร้างความทันสมัย และเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่สนามบินในระยะยาว

น.ส.ปวีณา กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 ยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเพิ่มความถี่เที่ยวบินของสายการบินทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติ ส่งผลให้รายได้จากทั้งกิจการการบินและกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นควบคู่กัน ทั้งนี้ ทอท. ยืนยันจะเดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนแม่บท เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว พร้อมรักษาสมดุลโครงสร้างรายได้ให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน