คมนาคม ประชุมพิจารณาแนวทางการใช้ที่ดิน รฟท. สร้าง ‘ศูนย์การแพทย์สาธารณสุข’ ชูเกณฑ์เชื่อมต่อระบบราง-พัฒนาอาคารแนวดิ่ง ยกระดับบริการสุขภาพเพื่อประชาชน
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธานประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย สำหรับโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยมีผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เข้าร่วม
นายปัญญาเปิดเผยว่า ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินของหน่วยงานในสังกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ กระทรวงคมนาคมเล็งเห็นความสำคัญของโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การประชุมในวันนี้จึงเป็นการร่วมกันพิจารณาเพื่อกำหนดความชัดเจนในการคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสุดภายใต้การดูแลของ รฟท. เพื่อรองรับการจัดตั้งโครงการดังกล่าว

การประชุมได้หารือถึงแนวทางการจัดหาพื้นที่โดยเกณฑ์การพิจารณาจะมุ่งเน้น 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงที่สะดวกอยู่ใกล้โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง เพื่อให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เดินทางได้รวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายและปัญหาจราจร การใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมการพัฒนาอาคารในแนวดิ่ง เพื่อให้ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มขีดความสามารถสอดรับกับการพัฒนาเมืองรอบสถานีขนส่ง (TOD) และความถูกต้องตามระเบียบข้อกฎหมาย เร่งสรุปรายละเอียดที่ตั้งเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 (PPP)
“กระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้ รฟท.และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ไปทบทวนรูปแบบการดำเนินการให้เหมาะสมสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อ และจัดทำรายละเอียดให้ครบถ้วนตามขั้นตอน ก่อนนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบต่อไป
ส่วนการกำหนดรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ให้ รฟท. และ SRTA ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะการร่วมลงทุนให้มีความชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าการคัดเลือกรูปแบบดังกล่าวต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ทั้งด้านรายได้และการดูแลทรัพย์สินขององค์กรเพื่อนำเสนอข้อมูลต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ต่อไป” นายปัญญากล่าว

ทั้งนี้ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความประสงค์จะดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สาธารณสุขขึ้น เพื่อขยายบริการด้านสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนได้สะดวกขึ้น โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคมในการจัดหาที่ดินบนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน
ในช่วงแรกกรมการแพทย์มีความประสงค์จะขอเช่าพื้นที่ของ รฟท.บริเวณศูนย์คมนาคมพหลโยธิน (แปลง D) หรือย่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อดำเนินโครงการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ได้ขอความเห็นจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับความสอดคล้องของการใช้ที่ดิน รฟท.กับแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาแล้ว พบว่าพื้นที่แปลง D ได้ถูกสงวนไว้สำหรับการพัฒนาพื้นที่แปลงใหญ่ตามแผนแม่บทมาตั้งแต่ปี 2557 และมีนโยบายให้พัฒนาพื้นที่เป็นอาคารแนวดิ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้ รฟท.และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ทำงานร่วมกับกรมการแพทย์ เพื่อขับเคลื่อนโครงการโรงพยาบาลให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อแผนแม่บทการขนส่งในภาพรวมต่อไป

