หน้าแรก เศรษฐกิจ ขนส่งเข้มแท็ก...

ขนส่งเข้มแท็กซี่ทำลายภาพท่องเที่ยว

2.03.16 | 14:00 น.

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยผลการแก้ไขปัญหาการให้บริการของรถแท็กซี่ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยและการท่องเที่ยว ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้บูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการขนส่งทางบก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) และกองทัพบก โดยเริ่มประชาสัมพันธ์มาตรการกวดขันจับกุมและลงโทษตามกฎหมายให้ผู้ประกอบการแท็กซี่รับทราบมาตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมลงพื้นที่จับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง ทำให้สามารถขยายพื้นที่กวดขันตรวจสอบพฤติกรรมการให้บริการเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ในส่วนของกรุงเทพฯ ประกอบด้วย บริเวณห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ถนนเยาวราช ซอยนานา ถนนสุขุมวิท วัดพระแก้ว และบริเวณโดยรอบสนามหลวง และสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพทั้ง 3 แห่ง ซึ่งผลการจับกุมระหว่างวันที่ 3-15 กุมภาพันธ์ 2559 พบการกระทำความผิดทั้งสิ้น 672 ราย ความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ไม่นำรถเข้าตรวจสภาพภายในกำหนด ความผิดเกี่ยวกับบัตรประจำตัวผู้ขับรถและการแต่งกาย ใช้รถไม่จดทะเบียนและไม่ชำระภาษี ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร และความผิดอื่นๆ ตามลำดับ ซึ่งได้ดำเนินการลงโทษตามข้อหาความผิดแล้วทุกราย

นายจิรุตม์ กล่าวว่า สำหรับภูมิภาค กำหนดพื้นที่จัดระเบียบรถแท็กซี่ใน 5 จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี(สมุย) ภูเก็ต กระบี่ ชลบุรี(พัทยา) และเชียงใหม่ โดยให้สำนักงานขนส่งจังหวัดร่วมมือกับหน่วยงานทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองประจำท้องที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบและดูแลการให้บริการของรถแท็กซี่ ตามความเหมาะสมของพื้นที่และสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะปัญหารถแท็กซี่ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญลำดับต้นๆ ของแท็กซี่ในส่วนภูมิภาค โดยให้ใช้มาตรการเดียวกันกับในส่วนกลาง คือ ประชาสัมพันธ์มาตรการ จัดระเบียบให้แก่ผู้ประกอบการได้รับทราบ ดำเนินการกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่องจริงจัง และรายงานผลการจัดระเบียบเป็นระยะ

นายจิรุตม์ กล่าวว่า มาตรการกวดขันแท็กซี่ในแหล่งท่องเที่ยวร่วมกับหน่วยงานตำรวจและทหาร เน้นการตรวจสอบพฤติกรรมการให้บริการที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ เช่น การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงไว้ ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร และเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารเกินที่ทางราชการกำหนด หากตรวจสอบพบให้ลงโทษในอัตราโทษสูงสุด และส่งตัวเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกการให้บริการที่ดี โดยให้แต่ละหน่วยงานรายงานผลผ่านระบบรายงานผลการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก เพื่อบันทึก และตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด หากพบมีพฤติกรรมผิดซ้ำซากในข้อหาความผิดเดิม จะพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที ส่วนกรณีความผิดทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวร้ายแรง เช่น พฤติกรรมลามกอนาจาร ส่งตัวดำเนินคดีและเพิกถอนใบอนุญาตทันที