นายฐาปน สิริวัฒนภักดี หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการทำงานประชารัฐของคณะทำงาน E3 ว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา คณะทำงานฯ ได้ดำเนินงานผ่านกลไกประชารัฐตามนโยบายรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากภายใต้ยุทธศาสตร์ประชารัฐ ในข้อตกลงจำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โครงการ 1 ตำบล 1 เอสเอ็มอีการเกษตร และโครงการเชื่อมโยงการค้าปลีก สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชนและการท่องเที่ยว จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการและภาคเอกชน โดยในเดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา ทางคณะทำงานฯ ได้สรุปรายงานและนำเสนอต่อพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามลำดับ ถึงรายละเอียดต่างๆ ว่าได้ลงไปในพื้นที่ไหน อย่างไรบ้าง โดยมีแกนการทำงานอยู่ว่าองค์ประกอบของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ผ่าน 3 กลุ่มงานที่สำคัญ ได้แก่ เกษตร แปรรูปและท่องเที่ยวโดยชุมชน
“ในปี 2560 นี้ เรื่องที่จะต้องเข้าไปสานต่อคือ กาคทำแพลตฟอร์มกลางเรื่องข้าว ทั้งการยกระดับราคาสินค้าและการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ โดยขณะนี้ทางคณะทำงานฯ อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องเครื่องสีข้าวร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยวางเป้าหมายว่าเครื่องสีข้าวจะต้องมีราคาไม่แพงมากนัก อยู่ในช่วงราคา 4,000-6,000 บาท หรือมีราคาใกล้เคียงกับกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า เนื่องจากในขณะนี้เครื่องสีข้าวยังมีราคาสูงหรือประมาณ 18,000 บาท นอกจากนี้แล้วทางคณะทำงานฯ จะเข้าไปสนับสนุนการยกระดับราคาผ้าขาวม้าอย่างต่อเนื่อง จากราคาผืนละ 100 บาท ให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,000 บาท ผ่านการทำการตลาดผ้าขาวม้าให้มีเอกลักษณ์และใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบสินค้า จึงคาดว่าจะช่วยยกระดับรายได้และสร้างความสุขให้กับประชาชนได้ตามแนวทางประชารัฐ” นายฐาปนกล่าว

