สอท.ชี้เชื่อมั่นศก.ดีขึ้น ลุ้นจีดีพีโต 3 % ชง 3 มาตรการให้รบ.ใหม่ ส.โรงแรมหนุน ‘ซาบีดา’คุมท่องเที่ยวขึ้นตรง ‘ศุภจี’
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 88.7 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.2 ในเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนถึงสัญญาณเชิงบวกจากหลายปัจจัย โดยภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินกิจกรรมการผลิตตามปกติภายหลังวันหยุดต่อเนื่องช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมเร่งการผลิตเพื่อรองรับ
คำสั่งซื้อในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาทิ การเปิดเส้นทางบินตรง กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ มีส่วนช่วยกระจายรายได้สู่ภูมิภาคและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
นายนาวากล่าวว่า ส่วนมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ อาทิ โครงการคนละครึ่ง ภาคอุตสาหกรรมมองว่ามีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจระยะสั้นปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่ขยายตัวดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม มาตรการลักษณะนี้ยังไม่เพียงพอในระยะยาว จำเป็นต้องควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน การรักษาวินัยการเงิน และการเปิดตลาดการค้าระหว่างประเทศเพิ่มเติม โดยเฉพาะการขยายตลาดส่งออกใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลัก สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2569 ภาคเอกชนประเมินว่าเป้าหมายการเติบโต 3% มีความเป็นไปได้ หากรัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รับฟังข้อเสนอเอกชน และเร่งจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็ว โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การลงทุน การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ
นายนาวากล่าวว่า ทั้งนี้ ส.อ.ท.มีข้อเสนอ 3 ประการต่อรัฐบาลรักษาการและรัฐบาลใหม่ ได้แก่ 1.ให้ขยายระยะเวลาโครงการกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่อนุมัติงบแล้ว 5,000 ล้านบาท ออกไปจนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนยื่นโครงการปรับปรุงทักษะแรงงานและลงทุนเทคโนโลยีใหม่ได้มากขึ้น ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ 2.เพิ่มความเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะการเผาในที่โล่ง พร้อมเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแก้มลพิษข้ามแดน และ 3.ขอให้เร่งจัดสรรงบประมาณส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี เนื่องจากไทยยังขาดบุคลากรด้านการประยุกต์ใช้ AI เมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้า เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
ขณะที่ นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า มีกระแสระบุถึงการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็น น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจากพรรคภูมิใจไทยนั้น เบื้องต้นประเมินว่าเป็นการวางตัวผู้นำกระทรวงที่ดูดี เพราะผลงานจากกระทรวงวัฒนธรรมเป็นแง่บวกและเป็นคนสมัยใหม่ น่าจะเข้ากับบริบทต่างๆ ในยุคปัจจุบันได้ อีกด้านหนึ่งถือเป็นคนจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคหลักของรัฐบาลที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ในเชิงบวกมากกว่า
‘หากเป็นไปได้อยากให้รองนายกรัฐมนตรีที่วางไว้เป็น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำกระทรวงการท่องเที่ยวฯเข้าไปดูแลอย่างจริงจัง เพราะเป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศไทยผ่านการมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีขนาดใหญ่ต่อจีดีพีรวมของไทย เป็นเครื่องยนต์อันดับ 1 หรือ 2 สลับกับการส่งออกอย่างต่อเนื่อง หากผสานกับการเข้ามาของ น.ส.ซาบีดา น่าจะเป็นเรื่องที่ดีได้’ นายเทียนประสิทธิ์กล่าว

