หน้าแรก เศรษฐกิจ กม.เข้มมลพิษโ...

กม.เข้มมลพิษโรงงานเริ่มใช้แล้ว ก.อุตฯ-กทม.ผุดค่ามาตรฐานใหม่ ตรวจอากาศเรียลไทม์

19.02.26 | 18:24 น.

ก.อุตฯผนึกกทม.ผุดค่ามาตรฐานใหม่ เข้มมลพิษโรงงาน

รายงานข่าวแจ้งว่า ความร่วมมือระหว่าง นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคอุตสาหกรรม โดยร่วมกันยกระดับมาตรฐานค่ามลพิษอากาศของโรงงานในกรุงเทพฯ ให้เข้มขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งอัพเกรดเทคโนโลยีการกำกับการปลดปล่อยมลพิษอากาศโรงงานในกรุงเทพฯ แบบเรียลไทม์ด้วยระบบ CEMS ที่ครอบคลุมโรงงานมากกว่ามาตรฐานทั่วไป ทำให้ประชาชนติดตามผลและตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว

กม.เริ่มใช้แล้ว-ติดตั้งระบบตรวจวัดอากาศเรียลไทม์

รายละเอียดกฎหมาย ดังนี้

1. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องของหม้อน้ำและหม้อต้มของโรงงานที่ตั้งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 กำหนดให้โรงงานในกรุงเทพฯ ต้องควบคุมการระบายมลพิษอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของหม้อน้ำและหม้อต้ม ให้ฝุ่นไม่เกิน 60 มก./ลบ.ม. สำหรับเชื้อเพลิงก๊าซ และไม่เกิน 90 มก./ลบ.ม. สำหรับเชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลว (มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า 62%) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 60 ppm (มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า 91%) และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน 60 ppm (มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า 20%) กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับโรงงานที่ตั้งใหม่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ในส่วนของโรงงานที่ประกอบกิจการอยู่ก่อนแล้วนั้น จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้โรงงานได้มีเวลาปรับปรุงกระบวนการผลิตและระบบบำบัดมลพิษอากาศของตน

Advertisement

2.ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานในท้องที่กรุงเทพมหานครต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน พ.ศ. 2569 กำหนดให้โรงงานขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ กว่า 156 โรงงาน ต้องติดตั้งระบบตรวจวัดและบันทึกค่ามลพิษทางอากาศจากปล่องระบายของโรงงานอุตสาหกรรมแบบอัตโนมัติและต่อเนื่อง (Real-time) หรือระบบ CEMS (Continuous Emission Monitoring System) จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้ต้องติดตั้งเพียง 8 โรงงาน โดยระบบดังกล่าว ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบและติดตามการระบายมลพิษอากาศของโรงงานแบบตลอดเวลาผ่านฟรีแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ POMS (Pollution Online Monitoring System) กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้กับโรงงานที่ตั้งใหม่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ในส่วนของโรงงานที่ประกอบกิจการอยู่ก่อนแล้วนั้น จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อให้โรงงานมีเวลาปรับปรุงและติดตั้งเครื่องมือดังกล่าว

หยุดความเสียศก.-ดูแลสุขภาพปชช.

“ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ประสบกับPM2.5เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องในทุกปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี กระทรวงอุตสาหกรรมจึงทำงานร่วมกับกรุงเทพฯส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และยกระดับระบบบำบัดมลพิษอากาศโรงงานในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง มีผู้ประกอบการให้ความร่วมมืออย่างดี ผลการตรวจกำกับโรงงานอย่างเข้มข้นกว่า 319 โรงงาน กว่า 99% ประกอบกิจการเป็นไปตามกฎหมาย และเพื่อให้โรงงานทั้งระบบมีประสิทธิภาพจึงยกระดับเทคโนโลยีการผลิตและระบบบำบัดมลพิษโรงงานในกรุงเทพฯ ผ่านกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ” รายงานข่าวระบุ