เอกชนหนุน ซาบีดา นั่ง รมว.ท่องเที่ยว ส่งตรงจาก ภท.เชื่อคนสมัยใหม่ทำงานได้
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า กรณีมีกระแสระบุถึงการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็น น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จากพรรคภูมิใจไทยนั้น เบื้องต้นประเมินว่า เป็นการวางตัวผู้นำกระทรวงที่ดูดี เพราะเท่าที่เห็นผลงานจากกระทรวงวัฒนธรรมมาก็เป็นแง่บวก และเป็นคนสมัยใหม่ด้วย ทำให้น่าจะเข้ากับบริบทต่างๆ ในยุคปัจจุบันได้ อีกด้านหนึ่งก็ถือเป็นคนจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคหลักของรัฐบาลที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงมองภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ในเชิงบวกมากกว่า
ผสานพลังรองนายกฯ ศุภจี
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า หากเป็นไปได้ก็อยากให้รองนายกรัฐมนตรีที่วางไว้ หนึ่งในนั้นเป็น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะดูนโยบายด้านเศรษฐกิจด้วย จึงอยากให้นำกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เข้าไปดูแลอย่างจริงจัง เพราะแม้งบประมาณของกระทรวงจะน้อยกว่ากระทรวงเกรดเอหลักๆ แต่ยืนยันว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นกระทรวงเศรษฐกิจแน่นอน เพราะสร้างรายได้เข้าประเทศไทยผ่านการมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีขนาดใหญ่ต่อจีดีพีรวมของไทย เป็นเครื่องยนต์อันดับ 1 หรือ 2 สลับกับการส่งออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มองว่า หากศุภจี สุธรรมพันธุ์ สามารถนำมาดูแล และวางแนวทางในการดำเนินการต่างๆ เองได้ ผสานกับการเข้ามาของซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีได้
ตั้งวอร์รูมรัฐทำงานร่วมเอกชน
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อเสนอของภาคการท่องเที่ยวคือ ต้องการให้รัฐบาลจัดตั้งวอร์รูมท่องเที่ยวขึ้นมา เพื่อให้สามารถสื่อสารไปถึงหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาได้ทันที เหมือนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่นายกรัฐมนตรีเข้าไปหารือด้วยหลังได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากต้องเข้าใจว่า เอกชนท่องเที่ยวมีหลายสมาคม ซึ่งพอสมาคมหลักๆ ไม่ได้เข้าไปร่วมในบอร์ดท่องเที่ยว ก็ไม่มีเวทีอย่างเป็นทางการที่จะใช้สื่อสารถึงรัฐบาล จึงต้องการเวทีทำงานร่วมกับรัฐบาลในการกำหนดทิศทาง หรือยุทธศาสตร์ทางด้านการท่องเที่ยว รวมถึงเมื่อมีปัญหาอะไรก็อยากเข้าไปเสนอแนะวิธีการแก้ไขในฐานะที่เป็นภาคปฏิบัติและมีประสบการณ์ทำงานจริงมานาน
จี้ฟื้นเชื่อมั่นแก้ปัญหาความปลอดภัย
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า อันดับต้นๆ ที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา แม้อาจเห็นผลช้าแต่ต้องทำทันทีคือ ความไม่เชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งอุบัติเหตุใหญ่และเหตุร้ายต่างๆ ต้องทำอย่างไร เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำเร็วที่สุด ซึ่งส่วนนี้จะต้องมาจากระดับนายกฯเอาด้วย ไม่อย่างนั้นเวลาพูดข้ามกระทรวงหรือทำงานกันก็ลำบาก อาทิ วีซ่าฟรี จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ปรับปรุงหรือไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีขนาดที่ใหญ่เกินกระทรวงท่องเที่ยวฯ จะดำเนินการได้เอง แต่หากเป็นรองนายกที่เข้ามาดูแลกระทรวงท่องเที่ยวฯ ด้วยเป็นผู้พูดเองในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีพลังมากกว่า ผู้ประกอบการเห็นอย่างไร ปัญหาคืออะไร และต้องแก้แบบใด
“ด้านการทำงานก็ไม่ได้มีความกังวลว่า จะสะดุดลงหรือต้องใช้เวลาเรียนรู้งานนานเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะหากรองนายกฯ ศุภจี เข้ามาดูแลเองด้วย เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านท่องเที่ยวอยู่แล้ว และรัฐมนตรีว่าการก็เป็นคนของพรรครัฐบาลหลัก จึงมองว่าน่าจะทำงานกันได้อย่างราบรื่น หากเป็นอย่างที่มีกระแสข่าวออกมาจริง” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
แนะสานต่อ-หยิบทุกนโยบายดีๆ
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า อีกด้านที่อยากให้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ในอนาคคคือ การพัฒนาซัพพลายไซส์ เพราะการทำงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เน้นทำภาคดีมานด์ไซด์เป็นหลัก รวมถึงงานด้านการตลาด และโปรโมชั่นต่างๆ แต่เรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งระบบจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ ซึ่งต้องเป็นนโยบายจากระดับบนของรัฐบาล ไม่ใช่ภายใต้กระทรวงท่องเที่ยวฯ เพราะทำอะไรไม่ได้มากนัก
ขณะที่มองว่าหากพรรคภูมิใจไทยนำนโยบายดีๆ ของพรรคอื่นมาดำเนินการเองได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะสานต่อของเก่าที่ดีอยู่แล้ว หรือหยิบเรื่องใหม่ของคนอื่นมาทำเองก็ดีทั้งหมด เนื่องจากถือเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน ซึ่งอันที่จริงก็เป็นเรื่องที่ควรทำด้วย ไม่ใช่พอเป็นนโยบายของพรรคอื่นแม้เป็นเรื่องที่ดีแต่ก็ไม่สานต่อ เพราะไม่ใช่นโยบายของตัวเองแบบนี้

