‘สารัชถ์’ ชี้สัญญาณดีรอบ 10 ปี หลังเลือกตั้งเชื่อมั่นเพิ่มหุ้นพุ่ง
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ตึกเอไอเอส สยาม นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจและมุมมองต่อสถานการณ์การเมืองไทยว่า หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดว่าจะมีความต่อเนื่องในการบริหารราชการและความมั่นคง ภาพรวมถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก สะท้อนได้จากดัชนีตลาดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) ปรับตัวสูงขึ้น ปรับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากในรอบ 10 ปี เพราะไม่เคยเห็นแบบนี้ จึงหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นความหวังของทุกคน เมื่อรัฐบาลมีความต่อเนื่อง จึงไม่ค่อยห่วงเรื่องนโยบาย แต่สิ่งน่ากังวลในช่วงสั้นคือช่วงสุญญากาศ จากการรอรับรองผลการเลือกตั้ง และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าช้า ทำให้เกิดความกังวลว่ามาตรการต่างๆ จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ อาจชะลอลง แต่เมื่อดูจากการทำงานของรัฐบาลรักษาการแล้ว เชื่อว่าจะมีความต่อเนื่อง บริหารสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปได้ ทุกคนหวังว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาแล้ว จะมีความมั่นคง เข้ามาแก้ปัญหา เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาค่อนข้างเยอะ หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ ค่าใช้จ่ายครัวเรือนเพิ่มขึ้น หวังว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วจะแก้ปัญหาได้ ทำให้ประเทศไทยกลับไปอยู่ในแผนที่โลก ดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น
นายสารัชถ์ กล่าวว่า ในด้านพลังงาน จากนโยบายของรัฐบาลจะปรับลดค่าไฟฟ้าลง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนนั้น อาจถึงเวลาปรับโครงสร้างพลังงานได้ เนื่องจากระบบเดิมใช้มานานกว่า 30 ปี แต่ต้องสะท้อนต้นทุน สะท้อนภาวะเศรษฐกิจและการใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน ส่วนนโยบายพลังงานสีเขียวนั้น เป็นเรื่องต้องส่งเสริม เนื่องจากเป็นไปตามเทรนด์ของโลก แต่ต้องทำใจเนื่องจากพลังงานสีเขียวไม่สามารถผลิตได้ 24 ชั่วโมง ส่วนการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะหลายประเทศก็ดำเนินการ การแข่งขันเป็นสิ่งที่ดี ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด ดังนั้นนโยบายนี้ควรเดินหน้าต่อ แต่ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีระบบต้องแก้ไขอีกหลายจุด สำหรับแนวโน้มธุรกิจพลังงานในปี 2569 มีความกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันให้ผันผวนได้ รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เพราะค่าไฟในประเทศอิงกับราคาพลังงานตลาดโลก หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังลุกลาม และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว มีผลต่อราคาพลังงานโลก ต่อเนื่องถึงประเทศไทย ดังนั้นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นายสารัชถ์ กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2568 ของกัลฟ์ เป็นไปในทิศทางดี มีกำไร 28,776 ล้านบาท เติบโต 33% เป็นไปตามแผนการลงทุน และทางบัญชีในการบริหารจัดการของบริษัท และหวังว่าผลประกอบการนี้จะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้ สำหรับกรณีบริษัทเข้าถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทย (KBank) 10.03% หรือมูลค่า 235.80 ล้านบาท ยืนยันว่าเป็นการลงทุนตามกลไกปกติของตลาดทุน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้น ไม่มีข้อห้ามว่าห้ามซื้อหุ้นตัวนั้นตัวนี้ หรือห้ามซื้อเกินจำนวนกำหนด ส่วนแนวโน้มการเพิ่มสัดส่วนหุ้นหากผลประกอบการของ KBank ดีขึ้น ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งหมด หากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นจนได้กำไรเหมาะสม บริษัทอาจพิจารณาขายทำกำไร ถือเป็นเรื่องปกติของการบริหารพอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีนโยบายเข้าไปแทรกแซงการบริหารงานของ KBank หรือร่วมทำธุรกิจ Virtual Bank เหมือนกับกัลฟ์ไปถือหุ้นในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ก็ไม่เคยเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด
“การซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นไปตามกลไกปกติ ซื้อมาขายไปก็ได้ จะซื้อไว้นานก็ได้ ผลกำไรดี ราคาหุ้นขึ้น ก็อาจขายได้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเป็นการซื้อขายในตลาดหุ้น” นายสารัชถ์ กล่าว
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงสุดในโลก ณ ขณะนี้ บวกกว่า 8.3% หลังการเลือกตั้ง (9 ก.พ. – 18 ก.พ. 2569) ถือเป็นช่วง Global Rebalance เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียอย่างโดดเด่น รวมถึง เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม แรงสนับสนุนสำคัญมาจากฟันด์โฟลว์เร่งตัวไหลเข้าตลาดหุ้นไทยช่วงหลังเลือกตั้งสูงถึง 3.7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีขยับขึ้นไปแตะระดับ 5.2 หมื่นล้านบาท ปัจจัยต้องติดตามในประเทศเรื่องหลักๆ ได้แก่ กรณีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ระบุให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ ถือเป็นตัวแปรชี้ชะตารัฐบาลใหม่ ประเมินไว้ 2 ฉากทัศน์ คือ 1.เป็นโมฆะ หากพิสูจน์ได้ว่าระบบคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าผู้ใดเป็นคนลงคะแนน จะถือว่าขัดรัฐธรรมนูญและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมืองยืดเยื้อไปอีก 3-4 เดือน ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน รวมถึงกระทบการเบิกจ่ายงบประมาณ
นายภราดร กล่าวว่า และ 2.รอด หากกกต.พิสูจน์ได้ว่าโค้ดดังกล่าวมีไว้เพื่อป้องกันการทุจริตจริง ไม่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวบุคคลผู้ลงคะแนนได้ การเลือกตั้งจะเดินหน้าต่อไป ส่งผลให้ตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกทันที เนื่องจากขจัดความเสี่ยงสุญญากาศทางการเมือง งบประมาณสามารถเบิกจ่ายได้ตามกำหนด ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดยังคงได้รับอิทธิพลจากการรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC Minutes) ส่งสัญญาณว่าอาจยังไม่ปิดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังสูง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ทะลุ 4% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดับเบิ้ลยูทีไอปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 4% ทะลุ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ด้านภูมิภาคเอเชีย ประเทศญี่ปุ่นมีปัจจัยเชิงบวกจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่นำโดยนายกรัฐมนตรี ซาเนะ ทาคาอิชิ ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เตรียมเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน อาทิ การกระตุ้นงบประมาณและการลดภาษีอาหาร อีกทั้งตลาดโลกยังได้รับข่าวดีจากผลประกอบการแข็งแกร่งของบริษัทชั้นนำอย่าง FIGMA และ BOOKINGS มีรายได้เติบโตสูงกว่าตลาดคาดการณ์ไว้

