ดีอี เดินหน้ายกระดับบริการดิจิทัล ผ่าน OTOD ลดเหลื่อมความล้ำ-หนุนเศรษฐกิจฐานรากอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2) ณ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ อ.เมือง จ.นครพนม และศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
นายพชร กล่าวว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ข้อมูลและบริการดิจิทัลต่าง ๆ ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะและความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างถูกต้องและปลอดภัย ทั้งนี้ คณะผู้บริหารได้รับฟังรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้แทนชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้กำลังใจผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถานศึกษา และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย สร้างสรรค์

นายพชร กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ จ.นครพนม กระทรวงดีอี โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ให้การสนับสนุนด้านเกษตรอัจฉริยะผ่านการส่งเสริมการใช้งานระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย IoT Smart Farm และโรงเรือนมุ้งกันแมลง ขนาด 6×20 เมตร ในโครงการโรงเพาะหน่อกล้วยบ้านสุขเจริญ ของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2) เพื่อยกระดับการปลูกและเพาะหน่อกล้วย แก้ไขปัญหาด้านโรคพืช แมลง และสภาพอากาศที่แปรปรวน เพื่อให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ซึ่งระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติได้รับการพัฒนาโดย บริษัท น้องหมีใหญ่ โปรดักชั่น จำกัด ผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Provider) ที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
นายพชร ระบุเพิ่มเติมว่า โครงการ OTOD#2 เป็นโครงการที่มุ่งกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ชุมชนคิดเอง เลือกเอง ใช้เองอย่างเข้าใจ” ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยีการเกษตรแก่กลุ่มเกษตรกร ชุมชน และกลุ่มอื่น ๆ ทักษะการบริหารจัดการกระบวนการการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลและได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล โดยโครงการมีการประมาณการผลกระทบทางเศรษฐกิจไว้ที่ 500 ล้านบาท จากการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ให้ เกษตรกรและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นายพชร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ดำเนินการโดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและสร้างความเชื่อมั่นการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะดิจิทัล เสริมสร้างความรู้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงเป็นจุดให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการของภาครัฐให้นักศึกษา และประชาชน พร้อมทั้งรองรับการใช้งานด้านการอบรมส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชน ทั้งนี้ ด้านภาพรวมของศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนศูนย์ดิจิทัลชุมชนในพื้นที่ 77 จังหวัดทั้งหมด 2,222 ศูนย์ มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 15 ล้านครั้ง
“กระทรวงดีอี มุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ และความเชื่อมั่นด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน ทั้งด้านการสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อการประกอบอาชีพ การเกษตร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ผ่านการอบรม ให้ความรู้ และสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายพชร กล่าว

