หน้าแรก เศรษฐกิจ ปิกอัพฟอร์ดให...

ปิกอัพฟอร์ดใหม่แกร่งกว่าเดิม

20.02.26 | 17:22 น.

ฟอร์ดทดสอบสุดทรหด ‘เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้’ ปิกอัพใหม่มาแล้ว ‘แกร่ง-ทน’กว่าเดิม

เมื่อเร็วๆนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เผยแพร่บทความ เกี่ยวกับการทดสอบ ปิกอัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นต้นแบบ มาพร้อมอุปกรณ์เสริม การดัดแปลง และการปรับแต่งเพิ่มเติม ข้อมูลจำเพาะ คุณสมบัติ และรายละเอียดการตกแต่งบางอย่างที่แสดงไว้ อาจมีการเปลี่ยนแปลง และอาจแตกต่างไปจากรุ่นที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง โดยมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และพร้อมประกาศจำหน่ายในประเทศไทย ในงานมอเตอร์ โชว์ วันพุธที่ 25 มีนาคม – วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569

ฟอร์ดระบุว่า ถ้ารถคันหนึ่ง “ต้องบรรทุกหนักแบบม้าบรรทุกสัมภาระ” แต่ก็ต้อง “ไต่ภูเขาได้คล่องแคล่วราวกับแพะภูเขา” คุณจะออกแบบมันอย่างไร นี่คือโจทย์จริงที่ทีมวิศวกรฟอร์ด ใช้ตั้งต้นในการพัฒนา ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ โจทย์ที่ไม่ได้เกิดจากห้องประชุม แต่เริ่มจากบทสนทนาจริงหน้างาน ทั้งบนเส้นทางป่าทุรกันดารและไซต์เหมืองห่างไกล
เจเรมี เวลช์ ผู้จัดการโครงการพิเศษ ฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์สำหรับงานหนักฟอร์ด ออสเตรเลีย คลุกคลีกับโปรเจ็กต์นี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม เล่าย้อนถึงเสียงจากผู้ใช้ว่าหลายคนติดอยู่กับคำว่า ‘ต้องยอมแลกบางสิ่ง’ อยู่ตลอด รถที่สามารถบรรทุกน้ำหนักได้เยอะมักใหญ่เกินไปและเทอะทะเกินกว่าจะลุยเข้าเส้นทางแคบๆ ได้ ขณะที่รถไปได้ไกลกลับบรรทุกน้ำหนักไม่พอสำหรับงานจริง เป้าหมายชัดเจนคือการพัฒนารถยนต์บรรทุกงานหนัก และมีสมรรถนะการขับขี่พร้อมบุกตะลุยทุกเส้นทางสมบุกสมบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ“เรากำหนดเป้าหมายในการพัฒนาการออกแบบวิศวกรรมรถกระบะคันนี้ให้สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกมากถึง 1,982 กิโลกรัมดรูว์ โอแชนแนสซีย์ วิศวกรโครงการ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ กล่าว
“แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าสมรรถนะที่แข็งแกร่งนั้นไม่สามารถพาคุณไปถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้ เราจึงต้องสร้างรถกระบะแกร่งพอจะแบกรับน้ำหนักและเข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อส่งมอบภารกิจหนักให้สำเร็จลุล่วงในทุกที่ที่ต้องการ”

เมื่อเทียบกับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นทั่วไปแล้ว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ดิวตี้ โดดเด่นด้วยโครงสร้างแชสซีหนาและแข็งแกร่งกว่าเดิม มาพร้อมเพลาเสริมความแข็งแกร่ง ใช้เฟืองท้ายทนทานที่สุดเท่าที่เคยมีในฟอร์ด เรนเจอร์ รวมถึงชุดถ่ายกำลังเกียร์ทนทานยิ่งขึ้นเพื่อการขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำ ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังถอดแบบดุมล้อแบบ 8 น็อต มาจากรถในตระกูล เอฟ ซีรีส์ ซูเปอร์ ดิวตี้ เพื่อการกระจายและรับน้ำหนักบรรทุกที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นความกว้างฐานล้อของฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ถูกขยายออก 90 มิลลิเมตร เทียบเท่ากับฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์  มาพร้อมยาง All-Terrain ขนาด 33 นิ้ว ช่วยเพิ่มระยะต่ำสุดจากพื้นเป็น 299 มิลลิเมตร มาพร้อมระบบกันสะเทือนมีช่วงยุบตัวยาว ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่สมบุกสมบันมากขึ้น และเพื่อความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ทีมวิศวกรยังได้ติดตั้งระบบล็อกเฟืองท้ายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมเสริมการป้องกันใต้ท้องรถด้วยแผ่นกันกระแทกเหล็กหนาถึง 4 มิลลิเมตร

Advertisement

บทพิสูจน์ที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ชิ้นส่วนต่างๆ แต่ คือโปรแกรมการทดสอบสุดทรหดของฟอร์ด โดยฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ผ่านการทดสอบออฟโรดที่ ‘นานและโหดกว่าที่เคยมีมา’ ตั้งแต่การวิ่งลุยโคลนด้วยความเร็วสูงซ้ำ ๆ จนมีโคลนพอกติดรถรวมกว่า 600 กิโลกรัม  ไปจนถึงสถานการณ์จงใจใช้งานอย่างหนักหน่วง เพื่อทดสอบให้ฟีเจอร์ระบบช่วยเลี้ยวออฟโรดทำงานถึงขีดสุด รวมถึงการเพิ่มระยะทางบนเส้นทางลูกระนาดขณะบรรทุกหนัก และการทดสอบอื่น ๆ อีกมากมาย
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพิสูจน์ความแกร่งและความทนทานสูงสุด สำหรับการใช้งานในชีวิตจริงมักจะต้องเผชิญหน้ากับเส้นทางออฟโรดตลอดอายุการใช้งาน

นอกเหนือจากสนามยู แยงส์ พรูฟวิ่ง กราวด์ ของฟอร์ดแล้ว ทีมวิศวกรได้เสาะหาเส้นทางระดับนักผจญภัยทั่วออสเตรเลีย เพื่อเฟ้นหาบททดสอบสุดโหด หนึ่งในนั้นคือเส้นทางได้รับการขนานนามว่า ‘Rocky Track’ เส้นทางสุดทรหด แคบจนแทบจะพอดีกับตัวรถและเต็มไปด้วยหินขรุขระสูงชันและแหลมคม

“Rocky Track ไม่ใช่เส้นทางรถขับเคลื่อนสี่ล้อทั่วไปจะสามารถลุยเข้าไปได้” ร็อบ ฮูโก้ ผู้ควบคุมดูแลวิศวกรรมยานยนต์ กล่าว
“แต่ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ไม่ใช่แค่รถรุ่นมาตรฐานทั่วไป และเราไม่ได้เพียงแค่ขับรถคันนี้ขึ้นไปบน Rocky Track เท่านั้น แต่เราไปพิชิตเส้นทางนี้พร้อมกับการบรรทุกน้ำหนักรวมกว่า 1,000 กิโลกรัมไว้กระบะท้ายด้วย เรารับรู้และเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเจ้าของรถจะนำรถไปลุยในเส้นทางที่สมบุกสมบันเช่นนี้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องลงไปขับทดสอบด้วยตัวเอง” ฮูโก้ กล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมวิศวกรยังได้นำฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ไปพิสูจน์สมรรถนะในทะเลทรายสุดโหดห่างไกลในออสเตรเลีย รวมถึงไปปักหลักอยู่ในฟาร์มปศุสัตว์ในเขตทุรกันดารของควีนส์แลนด์ และร่วมทำงานกับทีมทำรั้วแถบพื้นที่ชนบท ตั้งแต่งานลากจูง งานบรรทุกสัมภาระหนัก ไปจนถึงการรับมือกับแรงกระแทกอย่างรุนแรงและต่อเนื่องจากถนนลูกระนาด

“เราเดินทางหลายพันกิโลเมตร และต้องฝ่าฟันกับเส้นทางลูกระนาดนับหมื่นครั้ง” ฮูโก้ กล่าว
ไม่ได้มีเพียงแค่วิศวกรของฟอร์ดเท่านั้นที่ได้สัมผัสและทดสอบสมรรถนะของเรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้
“เราใช้เวลาหลายสัปดาห์กับกลุ่มคนฟอร์ดได้สร้าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาเพื่อพวกเขา” โอแชนแนสซีย์ อธิบาย
“เราได้ติดตามการใช้งานของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และใช้งานรถกระบะในแบบที่พวกเขาใช้ แต่ด้วยขีดความสามารถเหนือกว่า เราสามารถเข้าถึงเส้นทางที่พวกเขาไปไม่ถึง และบรรทุกสัมภาระที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ นี่คือความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง ที่เราสามารถส่งมอบรถกระบะที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างตรงจุดเหมือนที่พวกเขาได้บอกกับเราไว้”

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามเช็กลิสต์การทดสอบให้ครบ แต่คือบทพิสูจน์อีกขั้นของความแกร่ง และเป็นการยืนยันว่าทีมงานได้พัฒนารถกระบะ สำหรับภารกิจหนักและเส้นทางสมบุกสมบัน เพื่อให้ลูกค้ามีพาหนะที่พร้อมใช้งานในสถานการณ์จริง และสามารถดำเนินภารกิจได้ตามที่ตั้งใจไว้

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ (Ford Ranger Super Duty) ผลิตที่โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (AAT) จ.ระยอง เพื่อรองรับการใช้งานหนักด้วยน้ำหนักบรรทุกรวม (GVM) สูงสุด 4.5 ตัน รุ่นที่คาดว่าจะจำหน่าย มีทั้งรุ่น Double Cab (4 ประตู) และ Single Cab Chassis (ตอนเดียว)พัฒนาเพื่อการใช้งานหนัก (Heavy Duty) โดยเฉพาะ ขุมพลัง ดีเซล V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ได้รับการออกแบบให้เป็นกระบะแข็งแกร่งที่สุดในคลาส เหนือกว่ารุ่น Wildtrak โดยปรับปรุงแชสซีส์ ช่วงล่าง และดุมล้อใหม่