หน้าแรก เศรษฐกิจ ขนส่งทางบก เด...

ขนส่งทางบก เดินหน้าปฏิรูปกม.ขนส่ง ดัน 3 กฎกระทรวง ยกระดับความปลอดภัย

23.02.26 | 14:55 น.

ขนส่งทางบก เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายขนส่ง ดัน 3 กฎกระทรวง กปถ.-อีวี-1นร.

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่อาคาร 6 กรมการขนส่งทางบก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผย ภายหลังเป็นประธานในการเปิดตัวโครงการ ‘Taxi ดีพร้อม’ จัดโดยกรมการขนส่งทางบก ว่า ขณะนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อยู่ระหว่างการผลักดันแผนปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายด้านการขนส่งทางบกครั้งสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเตรียมจัดทำร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ หรือ พ.ร.บ. ฉบับที่ 3 เพื่อแยกการกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะออกมาเป็นหมวดเฉพาะ จากเดิมที่ใช้กรอบกฎหมายร่วมกับ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก และ พ.ร.บ.รถยนต์ ซึ่งจะช่วยให้การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและกลไกการกำกับดูแลมีความทันสมัยและชัดเจนยิ่งขึ้น

นายสรพงศ์ กล่าวว่า ในระหว่างที่กฎหมายระดับพระราชบัญญัติยังอยู่ระหว่างการจัดทำ กรมฯ ได้เร่งดำเนินมาตรการภายใต้กรอบกฎหมายเดิม โดยจัดทำร่างกฎกระทรวงจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว และเตรียมเสนอทางกระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีทันทีที่มีรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้สามารถประกาศใช้ได้ภายในปี 2569 นี้

นายสรพงศ์ กล่าวว่า กฎกระทรวง ฉบับแรก เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ครอบคลุมแนวทางบริหารเงินกองทุน รวมถึงการจัดการเลขทะเบียนรถลักษณะพิเศษหรือเลขสวย ให้มีความโปร่งใสและนำไปใช้ยกระดับความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม ฉบับที่สองเป็นการกำหนดรูปแบบและแยกประเภทป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถจำแนกรถได้ชัดเจน สอดคล้องกับการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า และรองรับนโยบายส่งเสริม EV ของภาครัฐ ส่วน ฉบับที่สาม เป็นการจัดระเบียบรถโรงเรียนรูปแบบใหม่ โดยกำหนดให้ใช้ป้ายทะเบียนเฉพาะ “1 นร.” พร้อมป้ายสีส้มขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนสามารถระบุรถรับส่งนักเรียนได้ทันที ลดความสับสน และป้องกันการนำรถไปใช้ผิดประเภท

นายสรพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถโรงเรียนและรถโดยสารสาธารณะ โดยจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถในรายการที่เดิมยังไม่ได้กำหนดอย่างชัดเจน เช่น การทดสอบประสิทธิภาพระบบเบรกอย่างละเอียด และการตรวจสอบระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะการวัดกระแสไฟฟ้ารั่วในตัวรถ

ที่ผ่านมา พบว่าผู้ประกอบการบางรายมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น พัดลมหรือเครื่องเสียง โดยใช้สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของเหตุเพลิงไหม้รถโดยสาร การเพิ่มมาตรการตรวจระบบไฟฟ้าจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองและประชาชน สำหรับมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการนำรถเข้าสู่ระบบทะเบียนรถโรงเรียน “1 นร.” อย่างถูกต้อง กรมฯ อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น เพื่อส่งเสริมการใช้รถที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานในการรับส่งนักเรียน

Advertisement

นายสรพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีรถโรงเรียนในระบบเพียงประมาณ 5,500 คัน ขณะที่มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 52,000 แห่ง สะท้อนว่ายังมีนักเรียนจำนวนมากต้องใช้บริการรถที่เก่าหรือไม่ได้มาตรฐาน ทำให้การจัดระเบียบและยกระดับความปลอดภัยเป็นภารกิจเร่งด่วน