LCI International ลงนามศึกษาซื้อ Lao Cement Industry ปักหมุดขยายตลาดปูนซีเมนต์-ปูนขาว สู่อาเซียน พร้อมแผนตั้งนิคมอุตสาหกรรม ที่นครพนม
LCI International Co., Ltd. (“LCI International”) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังลงนามในสัญญาศึกษาความเป็นไปได้เพื่อเข้าซื้อกิจการโรงงานปูนซีเมนต์ของ Lao Cement Industry (“LCI”) แขวงคำม่วน สปป.ลาว จาก PowerChina Resources (“PCR”) รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีน ณ สำนักงานใหญ่ของ PCR สปป.ลาว เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
พิธีลงนามนำโดย เหอ ซีโหยว Executive Vice President and Senior Economist of PCR, นายสถาพร สุรพัฒน์ ที่ปรึกษาของ PowerChina Resources Limited (PCR) , เตอ้ง หมิงอิน President of LCI, นายชัชพล อุทธาธรณ์ ประธานกรรมการ LCI International Co., Ltd. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่าย
นายสถาพร สุรพัฒน์ ที่ปรึกษาของ PowerChina Resources Limited (PCR) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของรัฐบาลจีน ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงในการคัดเลือกผู้ลงทุนที่เหมาะสมสำหรับการจำหน่ายกิจการ Lao Cement Industry (LCI) เปิดเผยว่า บริษัท LCI International Co., Ltd. พร้อมพันธมิตรจากจีนและประเทศไทย ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ศึกษาการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวการคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมด้านเงินทุน วิสัยทัศน์ และแผนการขยายธุรกิจของ LCI International ในการต่อยอดตลาดปูนซีเมนต์ ปูนขาว และแคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO₃) จากประเทศลาว สู่ประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ
ปัจจุบัน PowerChina Resources Limited เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ด้านพลังงานใน สปป.ลาว มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 2,000 เมกะวัตต์ และมีส่วนร่วมในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น Laos–China Railway รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และปุ๋ยโพแทส อย่างไรก็ตาม ภายหลังการก่อสร้างโครงการหลักแล้วเสร็จเกือบทั้งหมด บริษัทมีนโยบายปรับพอร์ตการลงทุน โดยทยอยจำหน่ายธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลังงานโดยตรง เช่น โรงงานปูนซีเมนต์ และโรงงานปุ๋ยโพแทส
ในอดีต โรงงานปูนซีเมนต์ LCI มุ่งผลิตเพื่อรองรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของ PCR เป็นหลัก อาทิ โครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และโครงการรถไฟลาว–จีน มากกว่าการจำหน่ายในตลาดทั่วไป โรงงานได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 และสามารถผลิตตามมาตรฐานสากล เช่น มอก., ASTM และ CEM
นอกจากนี้ LCI ยังมีโรงงานผลิตปูนขาวคุณภาพสูง ซึ่งมีศักยภาพเติบโตในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งเหล็ก เหมืองแร่ บำบัดน้ำเสียและสิ่งแวดล้อม ก่อสร้าง พลังงาน กระดาษ อาหารสัตว์ น้ำตาล เกษตรและปศุสัตว์ เคมี สี พลาสติก และยาง ทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ
นายชัชพล อุทธาธรณ์ ประธานกรรมการ LCI International กล่าวว่า บริษัทมีความตั้งใจอย่างชัดเจนในการเข้าซื้อกิจการ LCI ร่วมกับพันธมิตรจากจีนและไทย เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมครบวงจรในภูมิภาค การเข้าศึกษาดีลในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของ LCI International ในการขยายธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรในระดับภูมิภาค พร้อมต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ PCR เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงในอนาคตการลงนามครั้งนี้
นายชัชพลกล่าวอีกว่า สำหรับแผนการตลาดในประเทศไทย LCI International ตั้งเป้าจำหน่ายปูนซีเมนต์ปีละ 500,000 ตัน และหินก่อสร้างกว่า 1,500,000 ตัน โดยคาดว่าจะเริ่มนำเข้าได้ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปัจจุบันการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ครบทุกจังหวัด และอยู่ระหว่างการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านซุปเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ พร้อมกันนี้ บริษัทมีแผนจัดตั้งนิคอุตสาหกรรมในจังหวัดนครพนม ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยอย่างมีนัยสำคัญโดยใช้วัตถุดิบจาก LCI เป็นต้นน้ำ รองรับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น อิฐมวลเบา ชิ้นส่วนคอนกรีต และกระเบื้องมุงหลังคา รวมถึงต่อยอดปูนขาวคุณภาพสูงสู่ภาคอุตสาหกรรมการแพทย์ เหมืองแร่ และอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าโครงการดังกล่าวคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นรูปธรรม LCI International จึงถือเป็นก้าวสำคัญ ในขยายความร่วมมือไทย-ลาว-จีน อย่างยั่งยืนในระยะยาวและพร้อมในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านวัสดุก่อสร้างครบวงจรในภูมิภาค




