ร้านอาหารโอดยอดขายวูบ ขาย 7 วันขาดทุน 3 วัน ผู้ประกอบการเข้าภาวะแข่งกันตาย
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า กรณีรัฐบาลสั่งตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30-33 บาทต่อลิตร และดูแลราคาเบนซินอย่างใกล้ชิดนั้น ในมุมของผู้ประกอบการต้องยอมรับว่า เรายินดีมาก เพราะสามารถช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้ โดยเฉพาะในด้านการขนส่ง เพราะถือเป็นต้นทุนแฝงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย อาทิ ผักสดที่ปรับราคาสูงขึ้นในตอนนี้ หน้าสวนทำราคาได้ต่ำมาก แต่ระหว่างทางของการขนส่งที่มีต้นทุนพลังงานและค่าแรงงานเพิ่มเข้ามา ทำให้ราคาผักสดที่มาถึงมือสถานประกอบการมีราคาสูงขึ้นมาก โดยสถานการณ์ของผู้ประกอบการร้านอาหารในตอนนี้ ต้องบอกว่าขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งร้านใหญ่ยิ่งน่ากังวล เพราะมีข้อมูลว่าเปิดทำการ 7 วันขาดทุนไปแล้ว 3 วัน เนื่องจากลูกค้าหายไป ทำให้ร้านอาหารตอนนี้อยู่ในสถานณ์แข่งกันตาย
สงครามราคาสุกี้แย่งลูกค้า
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจที่ไม่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทำให้คนไม่มีซื้อมากเท่าเดิม ไม่สามารถบริโภคได้ดีเหมือนช่วงปกติ จากพฤติกรรมที่เดิมอาจออกไปทานอาหารนอกบ้านสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ตอนนี้ก็ลดลง เพราะกำลังการจ่ายมีน้อยลง ไม่สามารถทานอาหารนอกบ้านได้มากเท่าเดิม อีกทั้งร้านอาหารยังถูกกระทบจากสงครามราคาของเหล่าสุกี้หม้อร้อนเจ้าดังแบบบุฟเฟ่ต์ หรือทานไม่จำกัด ที่ลงมาแข่งกันลดราคาเพื่อแย่งชิงลูกค้ากันหนักมากขึ้น ราคาเฉลี่ยที่ต่ำกว่า 300 บาท การใช้กลยุทธ์แบบนี้ ทำให้มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงดึงลูกค้าจากร้านอาหารหลายแบรนด์ให้ลดลง เพราะก็ต้องยอมรับว่า การทานบุฟเฟ่ต์มีราคาถูกกว่าทานในร้านอาหาร และสามารถกินเป็นกลุ่มใหญ่กับเพื่อนหรือครอบครัวได้ไม่แตกต่างจากการใช้บริการร้านอาหารใหญ่ๆ
กำลังซื้อหดสวนต้นทุนพุ่ง
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ร้านอาหารจะควบคุมต้นทุนวัตถุดิบให้อยู่ในสัดส่วน 25-30% แต่ตอนนี้ต้นทุนดังกล่าวปรับขึ้นมาสูงเกิน 40% แล้ว แต่หากใครสามารถควบคุมได้ ก็จะยังพอมีกำไรเหลืออยู่บ้าง แต่ส่วนมากมักจะกำไรลดลง เพราะต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารมีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะด้านราคา เหมือนสุกี้เจ้าดังที่กำไรลดลง แม้มีจำนวนลูกค้าเยอะ แต่ด้วยราคาที่ไม่ได้สูงมาก สวนทางต้นทุนอาจเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบกับความสามารถในการทำกำไรโดยตรง ขณะเดียวกันกำลังซื้อของลูกค้าก็ลดลง ตั้งแต่ชนชั้นกลางลงมา จากปี 2568 คนไม่มีรายได้พิเศษ ต้องประคองเงินเดือนไว้ หรือบริษัทบางแห่งยอดขายไม่ดี พนักงานก็ถูกตัดโอทีหรืองานพิเศษที่มักมีช่วงเวลาที่เศรษฐกิจดีๆ ทิ้งไป รายได้จึงไม่เท่าเดิมแน่นอน ภาวะในตอนนี้ถือว่าสะท้อนเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีมากนัก
คนทำอาหารเอง-ดิริเวอรี่เพิ่มขึ้น
“ตั้งแต่ทำร้านอาหารมา 30 ปีที่ผ่านมา เพิ่งพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ปี 2568 จนถึงตอนนี้ การใช้จ่ายด้านอาหารของคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว การซื้อวัตถุดิบสดมาประกอบอาหารกินเองถือว่าคุ้มค่าในการใช้จ่ายมากกว่า จากเดิมที่ไปทานอาหารในร้านอาหาร 1 มื้อมีค่าใช้จ่าย 3 พันบาท แต่หากซื้อของมาทำเองในเงินก้อน 3 พันบาทนี้อาจกินได้เป็นสัปดาห์ เหมือนการสั่งอาหารดิริเวอรี่มาส่งถึงบ้าน ก็เป็นที่นิยมของคนมากขึ้น เพราะไม่ต้องออกทานอาหารที่ร้าน แต่ได้ทานอาหารที่อยากทาน รวมถึงสามารถแบ่งบางเมนูไว้ทานมื้อถัดไปได้ สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบของเงินในกระเป๋าคนที่น้อยลง และเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีเลย เพราะหากเศรษฐกิจดีร้านอาหารจะดีตามไปเองแบบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม แต่ภาวะตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น” นางฐนิวรรณ กล่าว

