‘ริดดารา’ ปิกอัพอีวีฮึดสู้ เตรียมส่งรุ่นใหม่บุกตลาดรถกระบะพลังงานรูปแบบใหม่

25.02.26 | 14:34 น.

‘ริดดารา’ ปิกอัพอีวีฮึดสู้ เตรียมส่งรุ่นใหม่บุกตลาดรถกระบะพลังงานรูปแบบใหม่

รถกระบะหรือรถปิกอัพ NEV (New Energy Vehicle) คือรถกระบะใช้พลังงานรูปแบบใหม่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงอย่างเดียว ส่วนใหญ่เป็นรถกระบะไฟฟ้า 100% (BEV) หรือปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เน้นลดมลพิษ ประหยัดพลังงาน มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย อัตราเร่งดี ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป กำลังมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย ค่ายโตโยต้าเพิ่งประกาศผลิตและทำตลาดรถกระบะอีวี รุ่น บีแซดโฟร์เอ็กซ์ (bZ4X) สร้างความคึกคักในวงการรถปิกอัพอย่างยิ่ง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 6,000 คันต่อปี มุ่งเน้นทำตลาดในฐานะ SUV อเนกประสงค์ระดับพรีเมียม เริ่มเปิดจองและประกาศราคาอย่างเป็นทางการพ.ย. 2568 ราคา 1.529-1.649 ล้านบาท
ก่อนหน้านั้น โตโยต้า bZ4X เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เปิดราคาเริ่มต้นที่ 1,836,000 บาท

ส่วน ริดดารา (RIDDARA) ถือว่าเป็นรถปิกอัพพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี จากจีนรุ่นแรกที่ทำตลาดเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย เปิดตัวเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2567
ริดดารา เป็นแบรนด์หนึ่งในกลุ่มของ จีลี โฮลดิ้ง กลุ่มธุรกิจยานยนต์รายใหญ่ของจีนที่มีหลายแบรนด์ในเครือ ประกอบด้วย จีลี ออโต้ (GEELY AUTO) ลิงค์แอนด์โค (LYNK & CO) ซีเกอร์ (ZEEKR) วอลโว่ คาร์ (VOLVO CARS) โพลสตาร์ (POLSTAR) แอลอีวีซี (LEVC) โปรตอน (PROTON) โลตัส (LOTUS) สมาร์ท (smart) ลีฟาน ออโต้ (LIVAN AUTO) ริดดารา (RIDDARA)
ปัจจุบัน จีลี โฮลดิ้ง ส่งแบรนด์ ซีเกอร์ เข้ามาทำตลาดในไทยแล้ว ตามมาด้วย ริดดารา และมี จีลี ออโต้ ตามเข้ามาอีกแบรนด์ โดยชื่อจีลี่มี 2 ชื่อคือ ชื่อของบริษัทคือ จีลี โฮลดิ้ง และชื่อแบรนด์คือ จีลี ออโต้ ดังนั้นทั้งริดดาราหรือซีเกอร์ จะขึ้นอยู่กับ จีลี โฮลดิ้ง ไม่ใช่ จีลี ออโต้
ในช่วงการเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยปีแรก ริดดาราคงเห็นว่าตลาดรถปิกอัพเมืองไทยเติบโตมาก มียอดขายแต่ละปี 1.4 แสนคันขึ้นไป จึงตั้งเป้าหมายยอดขายปีแรกไว้ที่ 1 หมื่นคัน หรือขอแค่ไม่ถึง 10% แต่พอย่างเข้ากลางปี 2568 ทำให้รู้ว่าไม่ง่ายเลยในการเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดปิกอัพเมืองไทย เพราะลูกค้าปิกอัพเมืองไทยใช้งานรถปิกอัพหนัก มีความอึด ถึก ทน และราคาน้ำมันดีเซล ก็ได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาล
ดังนั้น ริดดารา จึงต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ทั้งการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร ปรับทิศทางบริษัท และปรับเป้าหมายยอดขายในปี 2568 เหลือเพียง 1 พันคัน


ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ผู้บริหารริดดาราได้ให้สัมภาษณ์ถึงผลการดำเนินงานและทิศทางของบริษัทในปีนี้ โดย นายเฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป จีลี่ ริดดารา ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2568 ริดดารามียอดขายปิกอัพไฟฟ้า รุ่น RIDDARA RD6 และ ECON รวมกันประมาณ 1,000 คัน สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้น 3-5 เท่า หรือประมาณ 3,000-5,000 คัน มีแผนจะเปิดตัว RD6 รุ่นย่อยใหม่อีกหนึ่งรุ่น ช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ เชื่อว่าจะทำให้ริดดาราไปถึงเป้าหมายได้ จะเพิ่มสัดส่วนการขายลูกค้าฟลีตหรือการขายล็อตใหญ่เพิ่มขึ้น จากสัดส่วน 15% ในปี 2568 เพิ่มเป็น 30% จากยอดขายทั้งหมดในปีนี้
ด้านบริการหลังการขาย ปี 2569 มีแผนเพิ่มโชว์รูม-ศูนย์บริการจาก 12 แห่ง เป็น 38 แห่งทั่วประเทศ พร้อมขยายพื้นที่คลังอะไหล่ และเพิ่มสต็อกเป็น 30,000 ชิ้น ครอบคลุมกว่า 2,000 รายการ ไม่เพียงแค่อะไหล่สิ้นเปลืองหรือชิ้นส่วนบำรุงรักษาทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชิ้นส่วนหลักของรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้า มีสต็อกพร้อมใช้งานอย่างครบถ้วน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพงานซ่อมบำรุงอย่างเต็มรูปแบบ และกำลังเร่งพัฒนาระบบสนับสนุนหลังการขายอย่างจริงจัง คลังอะไหล่ตั้งอยู่ที่บางนา กม. 19 ขยายพื้นที่จากเดิม 500 ตารางเมตร เพิ่มเป็นสองเท่า และจะขยายต่อเนื่องเป็น 1,200 ตารางเมตร
“กลยุทธ์ทำให้ไปถึงเป้าหมายปีนี้จะมาจาก 2 กลยุทธ์ ได้แก่ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่และการมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรรวมถึงหน่วยงานราชการ พร้อมกับการยกระดับการให้บริการหลังการขายด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตอบรับภายใน 5 นาที และเดินทางถึงสถานที่ภายใน 30 นาที เพราะอย่างที่ทุกคนทราบว่าตลาดอีวีเเข่งดุเดือด ริดดาราจึงตั้งเพดานขั้นต่ำยอดขายปีนี้ไว้ที่ 3,000  คันให้ได้ก่อน และเเน่นอนว่าเราต้องการรักษาความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของรถกระบะอีวีในไทย” นายเฉา เฟิง กล่าว
ทั้งนี้ลูกค้าฟลีตของริดดารา เช่น ท่าอากาศยาน และหน่วยงานต้องการใช้รถที่มีกำลังมากและรักษาสิ่งแวดล้อม

Advertisement

สำหรับสเปกริดดารา รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีแบตเตอรี 2 ขนาดคือ 63 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 373 กิโลเมตร (NEDC) และ 73 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 461 กิโลเมตร (NEDC)
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 315 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีแบตเตอรี 2 ขนาดคือ 73 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 424 กิโลเมตร (NEDC) 86 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 455 กิโลเมตร (NEDC) สำหรับแบตเตอรี รุ่น ท็อป 86 kWh เป็นแบบ Ternary Lithium ส่วนอีก 3 รุ่นที่เหลือ เป็นแบบ Lithium ion Phosphate
การชาร์จ AC 6.6 kW ชาร์จ จาก 20-100% ใช้เวลา 7.8 ชั่วโมง, 9.3 ชั่วโมง 9.3 ชั่วโมง และ 11 ชั่วโมง ตามลำดับไล่จากรุ่นแบตเตอรีเล็กสุดถึงใหญ่สุด การชาร์จ DC กำลังไฟ และเวลาในการชาร์จ จาก 30-80% ไล่จากตัวล่างถึงตัวท็อป ประกอบด้วย 90 kW 32 นาที 110 kW 30 นาที 110 kW 30 นาที 100 kW 32 นาที

ริดดารา อาร์ดี6 มีขนาดตัวถังยาว 5,260 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,880 มม. ระยะฐานล้อ 3,120 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 225 มม. รุ่นเริ่มต้นติดตั้งยางขาด 235/65 R17 ที่เหลืออีก 3 รุ่น ใช้ยางขนาด 235/60 R18 รองรับการลุยน้ำได้ 81 ซม. สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ อาร์ดี 6 รองรับการบรรทุกได้ 1,300 กก. ความสามารถในการลากจูง รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 2,500 กก.รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 3,000 กก.
แม้ปิกอัพริดดาร่า อาร์ดี 6 จะมีรูปทรงเป็นปิกอัพ 4 ประตู แต่โครงสร้างไม่ได้เป็นแบบปิกอัพแบบที่คนไทยคุ้นเคยคือไม่มีแชสซีส์ แต่เป็นตัวถังแบบโมโนค็อค ช่วงล่างด้านหลังไม่ได้เป็นแหนบ แต่เป็นมัลติลิงค์ ส่วนด้านหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท
หากดูสเปคการบรรทุก ริดดาราทำได้ไม่น้อยคือมากกว่า 1 ตัน แต่ปิกอัพในไทยปัจจุบัน แม้จะใช้ชื่อว่าปิกอัพ 1 ตัน แต่ใช้งานจริงบรรทุกเกินสเปคมาก ดังนั้นริดดาราจึงมีเป้าหมายตลาดกลุ่มใช้งานส่วนตัวหรือรองรับไลฟ์สไตล์ มากกว่าเน้นเป็นรถขนสินค้าเหมือนปิกอัพในเมืองไทยทั่วไป แต่ก็มีฟังก์ชั่นลากจูง สามารถรองรับลูกค้ากลุ่มลากบ้านหรือลากเรือ ได้เป็นอย่างดี
โหมดการขับขี่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ มี 3 โหมด ให้เลือกใช้คือ Economy, Comfort และ Sport ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มเป็น 7 โหมด ประกอบด้วย Economy Comfort Sport Sand Mud Off-road Wading

จุดเด่นอีกด้านของ ริดดารา อาร์ดี 6 ทำให้เป็นขวัญใจสายแคมป์ก็คือ ระบบจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอก ทุกรุ่นยกเว้นรุ่นเริ่มต้น สามารถจ่ายได้ 6,600 วัตต์ โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริม แต่มีปลั๊กไฟแบบ 3 ขารวม 4 ช่อง สามารถเสียบปลั๊กได้เลย และช่องไฟ 12 โวลต์ อีก 2 ช่อง ติดตั้งไว้กระบะท้าย ทำให้รถสามารถจ่ายได้ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะกำลังขับขี่หรือจอด หรือล็อกรถ แต่สามารถปิดการจ่ายไฟได้จากตัวควบคุมในห้องโดยสาร ป้องกันคนแอบมาเสียบไฟใช้ขณะจอดรถ
ส่วนรุ่นท็อปมีบันไดฝาปิดท้ายกระบะ สามารถดึงออกมา เพื่อใช้เหยียบขึ้น-ลงรถได้สะดวก
ออพชั่นที่สำคัญ ได้แก่ ไฟหน้า ไฟขับขี่กลางวัน ไฟท้าย แอลอีดี ทุกรุ่น กระบะท้ายปลดล็อคด้วยไฟฟ้า กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า กระจกมองข้างพับด้วยไฟฟ้า (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น)
ไล่ฝ้ากระจกมองข้าง (รุ่นท็อป) ระบบัดน้ำฝนด้านหน้าอัตโนมัติ (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น) จอแสดงข้อมูลขับขี่ 10.25 นิ้วรุ่นเริ่มต้น Full LCD ที่เหลือ 3 รุ่น Full LED เบาะนั่งหนังสังเคราะห์ คู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางระบบระบายอากาศเบาะหน้า ในรุ่น ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนรุ่นท็อปขับหลัง เป็นออพชั่นเสริมได้ เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 และที่ใต้เบาะมีช่องเก็บสัมภาระ 48 ลิตร จอสัมผัสรุ่นเริ่มต้น 12.3 นิ้ว ที่เหลือ 14.6 นิ้ว ระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยและอังกฤษ ยกเว้นรุ่นเริ่มต้นรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษลำโพงรุ่นเริ่มต้น 4 จุด รุ่นท็อปขับหลัง 6 จุด รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 8 จุด ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50 W (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น) รองรับแอปเปิ้ล คาร์เพลย์, Carbit Link
ระบบเปิดรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจ รุ่นเริ่มต้นไม่มี รุ่นท็อปขับหลังมีเฉพาะฝั่งผู้ขับ รุ่นขับ 4 ได้ทั้งฝั่งผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า ระบบปรับอากาศ Dual Zone ระบบกรองอากาศ CN95 Filter
ระบบกรองอากาศ PM 2.5 เบาะปรับเอนแบบ one touch ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบควบคุมระยะไกลผ่านแอปพลิเคชั่น (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น)

มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น ที่เหลืออีก 3 รุ่น ทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อมีเหมือนกันหมด ประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติระบบความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบช่วยเบรก ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบควบคุมให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบรักษาช่องทางเดินรถฉุกเฉิน (ELKA) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA) ระบบเตือนจุดอับสายตา ระบบเตือนก่อนเปิดประตู ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงจากการถูกชนจากด้านหลัง ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่
ระบบความปลอดภัย เช่น กล้องมองหลังความละเอียดสูงในรุุ่นเริ่มต้น ที่เหลือเป็นแบบกล้องรอบคัน 540 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ เบรกมือไฟฟ้า Auto Hold ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) ระบบเบรกฉุกเฉิน ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น) ถุงลมรุ่นเริ่มต้น 4 ตำแหน่ง ที่เหลือ 6 ตำแหน่ง ยางอะไหล่ T145/89 R18 มีให้เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เผื่อไว้สำหรับลายลุย
ราคาจำหน่าย Riddara Econ ราคาเริ่มต้น 739,000 บาท Riddara RD6 2WD 73.9 kWh ราคา 999,000 บาท Riddara RD6 4WD 73.9 kWh ราคา 1,149,000 บาท และ Riddara RD6 4WD 86kWh ราคา 1,299,000 บาท
ริดดาราวางเป้าหมายเพื่อเป็นอีกตัวเลือกสำหรับรถปิกอัพประเภทใช้งานอเนกประสงค์ ไม่ใช่แค่รถปิกอัพเพื่อการขนสินค้าเพียงอย่างเดียว
นายพล
………