‘แกร็บ ไทย’ ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ ปลดล็อก 2ปม กระตุ้นศก.- ทบทวนเกณฑ์ควบคุมกิจการ

26.02.26 | 20:15 น.

‘แกร็บ ไทย’ ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ ปลดล็อก 2ปม กระตุ้นศก.- ทบทวนเกณฑ์ควบคุมกิจการ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มใช้บริการ คนขับและไรเดอร์ รวมถึงร้านค้าทั่วประเทศ ว่า บริษัทฯ คาดหวังให้รัฐบาลใหม่โฟกัสสองประเด็น ได้แก่ 1. กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและยาว อย่างสานต่อโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ผ่านมาเห็นผลเชิงบวกของโครงการนี้ว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน รวมถึงสร้างรายได้เพิ่มให้กับร้านอาหารและไรเดอร์ โดยโครงการใหม่บริษัทอยากให้รัฐบาลปรับเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนกับแอพพลิเคชันโดยไม่จำกัด เพื่อเพิ่มโอกาสการขายให้กับร้านอีกทาง ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว ควรส่งเสริมขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของผู้ประกอบการ พัฒนาศักยภาพของคนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อาจไม่มีต้นทุนหรือทรัพยากรเพียงพอต่อยอดธุรกิจ รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยที่มีมูลค่ากว่า 1.73 ล้านล้านบาท หรือ 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลต่อยอดยังระบบเศรษฐกิจมหภาคด้วย

นางสาวจันต์สุดา กล่าวว่า 2. แนวทางกำกับดูแลและควบคุมกิจการ โดยเฉพาะธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล บริษัทเข้าใจดีว่ารัฐบาลมุ่งรักษาผลประโยชน์และปกป้องสวัสดิภาพของคนไทยเป็นสำคัญ แต่อยากให้คำนึงถึงประเด็นแวดล้อมอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมนวัตกรรมและการสร้างการเติบโตให้กับประเทศไทยในระยะยาว โดยปัจจุบันคงเห็นบางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับต่างๆ ถูกกำหนดขึ้นโดยไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคก้าวล้ำหน้าไปมากกว่ากฎหมายจะตามทัน การกำกับควบคุมที่เข้มข้นมากเกินพอดีและขาดความยืดหยุ่นย่อมส่งผลเสียในภาพรวมมากกว่าผลดี

” ขอตัวอย่างที่เกิดขึ้น คือ การกำกับดูแลอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอพพลิเคชัน ปัจจุบันมีความทับซ้อนของหลายหน่วยงาน ทั้งมีขั้นตอนและระเบียบข้อบังคับอาจไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้น กลายเป็นอุปสรรคทำให้คนไทยนับแสนต้องการหารายได้จากการให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อเลี้ยงปากท้องในช่วงเศรษฐกิจซบเซาไม่สามารถไปจดทะเบียนเข้าระบบอย่างถูกต้องได้ อยากให้ยืดหยุ่นเชิงการกำกับดูแลบนพื้นฐานส่งเสริมมากกว่าการควบคุม “