นับถอยหลัง ยกเลิกใช้บัตร MRT มิ.ย.นี้ เดินหน้า EMV 100% เปิดช่องทางรีฟันด์
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ BEM โพสต์เฟซบุ๊ก นับถอยหลังสิ้นสุดยุคบัตร MRT / MRT Plus ก้าวสู่ยุคใหม่ EMV เต็มระบบ
โดยระบุว่า ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 เลิกใช้บัตรเติมเงิน MRT และ MRT Plus เปลี่ยนมาใช้บัตร EMV เต็มระบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
– หยุดการเติมเงินทุกช่องทาง ตั้งแต่ 1 เม.ย. 69
– ไม่สามารถใช้งานบัตร MRT / MRT Plus ได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 69
– เริ่มใช้งาน EMV แบบ 100% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69
สำหรับบัตรโดยสาร MRT / MRT Plus สามารถนำมาคืน (Refund) ได้ที่สถานี MRT สายสีน้ำเงิน และ สายสีม่วง ตั้งแต่ 1 มี.ค. 69 – 31 ธ.ค. 70 (เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทกำหนด)

สำหรับบัตร EMV ที่ระบบ MRT รองรับ จะมีดังนี้
– บัตรเครดิต EMV Contactless VISA & Mastercard : ทุกธนาคาร
– บัตรเครดิต EMV Union Pay : บัตรเครดิตอิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์, บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์
– บัตรพรีเพด EMV Contactless : Bigpay, กรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา, กสิกรไทย และ ไทยพาณิชย์
– บัตรเดบิต EMV Contactless : UOB, กรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์ และ กรุงเทพ
– บัตร Mangmoom EMV, MRT EMV
ทั้งนี้ BEM ขอขอบคุณสำหรับทุกการเดินทาง อันยาวนานกับบัตรโดยสารใบนี้และมาก้าวสู่ยุคใหม่ของความไวแบบเต็มรูปแบบ กันเร็ว ๆ นี้


ต่อมา ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงานแถลงข่าว “การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV” เพื่อประกาศก้าวสำคัญในการทำให้การเดินทางของประชาชนสะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
นายพิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเดินหน้าผลักดัน “นโยบายตั๋วร่วม” อย่างต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ล่าสุดประสบความสำเร็จในการผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา เปิดทางให้เกิดระบบตั๋วร่วมอย่างเป็นทางการในอนาคต ประชาชนจะสามารถใช้บัตรเพียงใบเดียวเชื่อมต่อการเดินทางได้ทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือเรือ ลดความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสาร ทั้งนี้ ขั้นตอนถัดไปคือการออกกฎหมายลูก การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และการเร่งเจรจาปรับแก้สัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนอย่างยั่งยืน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งผลักดันให้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เป็นหัวใจของระบบตั๋วร่วม รองรับทั้งประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต VISA, MasterCard และ UnionPay ซึ่งเมื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ จะสามารถใช้บัตรแตะเข้าใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ได้ทันที พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บัตรมาตรฐานเดียวกัน โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ทำให้ระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วงพร้อมเข้าสู่ระบบ EMV Contactless

นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับแผนการเปลี่ยนผ่าน ระบบจะทยอยปรับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยจะยุติการเติมเงินบัตร MRT/MRT Plus ทุกช่องทาง แต่ยังสามารถใช้มูลค่าเดินทางคงเหลือได้ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 จากนั้นวันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเติมเงินทุกสถานี และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 จะยกเลิกการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้เดินทางเที่ยวเดียว เปลี่ยนมาใช้ระบบ QR Ticket แทน
นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า นโยบายดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การเดินทางแบบไร้รอยต่อด้วย EMV Contactless อย่างสมบูรณ์ และกระทรวงคมนาคมมีแผนขยายระบบตั๋วร่วมไปยังขนส่งสาธารณะประเภทอื่นในอนาคต ทั้งรถเมล์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถบัสของบริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่าปัจจุบันรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สายทาง ได้แก่ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู สามารถรองรับการชำระค่าโดยสารผ่านบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ได้ครบทุกเส้นทางแล้ว โดยชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความปลอดภัยสูง และเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ EMV ได้ทันที หรือหากต้องการแยกบัตรโดยสารเฉพาะก็สามารถเลือกใช้บัตรแมงมุม EMV ของ รฟม.ได้ ทั้งนี้ จากการติดตามสถิติตั้งแต่ปี 2565 พบว่าผู้ใช้บริการมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ที่แตะจ่ายผ่านบัตรสูงถึง 60% (แบ่งเป็นบัตร EMV 30% และ MRT Plus 30%) ขณะที่อีก 40% ยังใช้ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว ซึ่ง รฟม.ตั้งเป้าที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ใช้ตั๋วเที่ยวเดียวให้หันมาแตะจ่ายผ่านบัตร EMV มากขึ้น

ขณะที่นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กล่าวว่า ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี เพื่อมุ่งสู่การชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment) ตามมาตรฐานสากลเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางการเปลี่ยนผ่านระบบการชำระเงินไว้อย่างชัดเจน โดยผู้ใช้บริการจะสามารถใช้บัตรเติมเงิน MRT และ MRT Plus ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เท่านั้น และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่การใช้ระบบบัตรมาตรฐาน EMV Contactless เต็มรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม EMV เพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางของคนเมือง (Connectivity Hub) และขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมของภาครัฐให้สมบูรณ์ในอนาคต

