เปิดหนังสือ MAJOR ขายหุ้น 161 ล้านบาท ทิ้งตลาดกัมพูชา ไล่ไทม์ไลน์ ลงทุน โรงหนัง-โบว์ลิ่ง 12 ปี
จากกรณีการยุติการดำเนินธุรกิจ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ในประเทศกัมพูชา หลังเปิดให้บริการมานานกว่า 12 ปี หลังไทยและกัมพูชา มีปัญหาขัดแย้งทางชายแดน จนนำไปสู่การประกาศคว่ำบาตรสินค้าและบริการต่างๆของไทย
โดยพบว่า เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ได้มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งเป็นรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์
ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2569 ของ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ได้รับทราบจากมติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ของ บริษัท เมเจอร์ โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“MHD”) (บริษัทย่อย) อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด (“MPC”) ซึ่งถือโดย MHD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ MHD ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 70 โดย การจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 7,000 หุ้น หรือคิดในอัตราร้อยละ 70 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ USD 734.89 เทียบเท่าราคาหุ้นละ 23,043.06 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 161.30 ล้านบาท(อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ 31.3558 บาท/ 1 USD) ให้กับ SABAY DIGITAL GROUP PTE. LTD. ทั้งนี้ มูลค่ารวมดังกล่าวเป็นไปตามราคาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ตกลงร่วมกัน (โดยอ้างอิงจากมูลค่าตามบัญชีของ บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด ณ วันที่ 31 มกราคม 2569) ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายจะดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/2569

รายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน และเมื่อคำนวณขนาดของรายการดังกล่าวข้างต้นตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 20/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน พ.ศ. 2547 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) แล้วนั้น ซึ่งเมื่อคำนวณขนาดรายการของธุรกรรมแล้วมีขนาดรายการสูงสุดตามเกณฑ์กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน เท่ากับร้อยละ 5.4 เมื่อเทียบกับงบการเงินประจำปี 2568 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีของบริษัท แล้ว มีขนาดรายการสูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 และบริษัทไม่มีรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทจึงไม่ต้องจัดทำรายงานหรือเปิดเผยสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์ ตามประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไปแต่อย่างใด
ทั้งนี้ จากข้อมูลของเว็บเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ได้ระบุถึงรายละเอียด เกี่ยวกับ บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด ไว้ว่า เป็นประเทศแรกที่บริษัทเข้าไปลงทุนเปิดโรงภาพยนตร์คือ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
โดยร่วมทุนกับนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศกัมพูชา เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์แบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” เป็นโรงภาพยนตร์หรูระดับเวิล์ดคลาส 7 โรง และโบว์ลิ่ง 13 เลน (ปี 2557) ตั้งอยู่ที่ห้างอิออนมอลล์ กรุงพนมเปญ เป็นสาขาแรก บนพื้นที่ประมาณ 4,450 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์จำนวน 7 โรง 1,581 ที่นั่ง เป็นโรงภาพยนตร์รูปแบบมัลติเพล็กซ์ในระบบดิจิตอล 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งมีโรงภาพยนตร์วีไอพี 1 โรง และโรงภาพยนตร์ 4DX อีก 1 โรง ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ทำให้บริษัทฯเห็นโอกาสในการขยายสาขาเพิ่ม จึงเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์สาขาเสียมเรียบ ที่ศูนย์การค้า เมืองเสียมเรียบ จำนวน 3 โรง 457 ที่นั่ง (พฤศจิกายน 2560) ,สาขาโสรยา ศูนย์การค้าโสรยา ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จำนวน 6 โรง 807 ที่นั่ง(ธันวาคม 2560) ,สาขาอิออน มอลล์ สาขาที่ 2 เมืองปงค์เปีย บนพื้นที่ 9,200 ตารางเมตร เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์หรูระดับเวิล์ดคลาส จำนวน 8 โรง 1,953 ที่นั่ง ซึ่งใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ฉายด้วยเครื่องฉายเลเซอร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และให้บริการเลนโบว์ลิ่ง จำนวน 14 เลน (พฤษภาคม 2561) และสาขาบิ๊กซีปอยเปต จำนวน 2 โรง 419 ที่นั่ง (ตุลาคม 2562) ซึ่งเป็นบิ๊กซีสาขาแรกในประเทศกัมพูชา บนเนื้อที่รวม 8,000 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 3,000 ตร.ม. และพื้นที่เช่า/โรงภาพยนตร์ อีก 5,000 ตร.ม. และในเดือน ธันวาคม 2565 เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขาอิออน มอลล์ 3 ประเทศกัมพูชา จำนวน 7 โรง 1,841 ที่นั่ง

