ตะวันออกกลางเดือดฉุด นทท.ยกเลิกเที่ยวไทย จี้รัฐทำแผนรับมือเฉพาะหน้า หวังตลาดระยะไกลยังไปต่อ
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า กรณีสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทำให้ความขัดแย้งมีแนวโน้มขยายตัวรุนแรงมากขึ้นในตะวันออกกลาง ถือว่าส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากขณะนี้เริ่มเห็นการยกเลิกเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยบ้างแล้ว จากการยกเลิกเที่ยวบินที่เพิ่มจำนวนขึ้น อย่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการยกเลิกเที่ยวบินเข้าจังหวัดภูเก็ต 10 ไฟลต์ ซึ่งถือเป็นผลกระทบอย่างแน่นอน เดิมในช่วงที่ผ่านมาแม้มีการปะทะกันเป็นระยะๆ แต่มองว่าไทยยังไม่ได้ถูกกระทบมากนัก แต่ตอนนี้ภาพเปลี่ยนไป เพราะสถานการณ์ส่งผลกระทบกับเส้นทางการบิน และเที่ยวบินพาณิชย์ ทำให้หากสถานการณ์ยืดเยื้อก็จะเพิ่มผลกระทบและความกังวลมากขึ้นทั้งฝั่งของนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการด้วย
นายอดิษฐ์กล่าวว่า การยกเลิกเที่ยวบินที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลจะต้องมีมาตรการออกมาเพื่อดูแลนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง ผ่าน 1.การออกมาตรการเร่งด่วนที่ต้องออกมาดูแลนักท่องเที่ยวที่ติดค้างในไทยให้เร็วที่สุด เป็นแผนการรับมือระยะ 7-20 วันแรก อาทิ ระยะ 7 วันแรกต้องดูแลอย่างไร ทั้งฝั่งของเอกชน รัฐบาล และสายการบินจะต้องทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 2.กรณีที่มีการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง รัฐบาลจะต้องกำหนดให้โรงแรมและสายการบิน ผู้ประกอบการเหล่านี้จะต้องไม่ยึดค่ามัดจำ และอนุญาตให้เลื่อนการเดินทางออกไปได้ ทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และ 3.มาตรการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องสื่อสารออกไปให้ชัดเจน เพราะไทยไม่ได้อยู่ในจุดของการปะทะครั้งนี้ ในด้านความปลอดภัยจึงไม่ได้มีเรื่องให้ต้องเป็นกังวล
นายอดิษฐ์กล่าวว่า ผลกระทบจะชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 2-4 ของปี 2569 นี้ เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติจากตลาดระยะไกลที่อาจถูกกระทบ รัฐบาลต้องมีงบประมาณเข้ามาทำตลาดระยะใกล้มากขึ้น เพื่ออุดช่องของตลาดระยะไกลที่หายไปจากสถานการณ์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น โดยต้องยอมรับว่า ปี 2569 นี้คงเป็นปีที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดระยะใกล้และไกลเปลี่ยนแปลงจากเดิม เพราะผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อาจทำให้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางชะลอตัวลง โดยข้อเสนอแนะถึงรัฐบาล ภาคเอกชนอยากให้มีคณะทำงานระหว่างรัฐบาลและเอกชนในภาคการท่องเที่ยวแบบถาวรขึ้นมา จัดตั้งเป็นคณะทำงานอย่างเป็นรูปธรรมและมีความชัดเจนในขั้นตอนการทำงานร่วมกัน ซึ่งต้องทำตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงความไม่แน่นอนในอนาคต
“นักท่องเที่ยวต่างชาติจากตลาดระยะไกล ถือว่ายังเป็นความหวังในเรื่องรายได้ที่มากกว่าระยะใกล้ เพราะใช้เวลาพักในไทยนาน และมีอัตราการใช้จ่ายต่อหัวสูง ทำให้หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อก็ยังคาดหวังเป็นความหวังในการสร้างรายได้ได้ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ รัฐบาลต้องเร่งหารือร่วมกับสายการบิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวระยะไกลที่ต้องการเดินทางเข้ามาไทย สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการสะดุดขึ้นมา เพราะมีการประกาศจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว ทำให้โครงสร้างภายในของอิหร่านที่มีปัญหาอยู่ หากอิหร่านยอมรับและไม่ต่อสู้ให้ยืดเยื้อ การปะทะก็น่าจะจบเร็วขึ้น แต่หากมีการหาผู้นำคนใหม่ขึ้นมาแล้วทำสงครามต่อ เหตุการณ์อาจบานปลายได้” นายอดิษฐ์กล่าว

