ปลัดท่องเที่ยว ชงชดเชย 2,000 บาทต่อวัน ช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับบ้านไม่ได้ เหตุปิดน่านฟ้า
วันที่ 2 มี.ค.69 น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) และสมาคมในสาขาบริการต่างๆ ขอให้ร่วมมือกันในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ทำให้เที่ยวบินถูกยกเลิกนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องค้างอยู่ในประเทศไทยต่อ
จึงต้องมาดูเรื่องค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวต้องใช้จ่าย เพราะได้เข้ามาท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ทำให้เงินอาจน้อยลงแล้ว ประเทศไทยจึงควรเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการดูแล โดยในส่วนของกระทรวงท่องเที่ยวฯ มีการช่วยเหลือเบื้องต้นจากเหตุสุดวิสัยที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางกลับ ด้วยการชดเชยวันละ 2 พันบาท ตามระเบียบ ซึ่งจะได้สำรวจและดูแลในจุดนี้ต่อไป
หาส่วนลด-แพคเกจเที่ยวเพิ่ม
น.ส.นัทรียา กล่าวว่า ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประสานผ่านสมาคมโรงแรมไปยังโรงแรมต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยวตกค้างว่า จะสามารถให้ส่วนลดค่าโรงแรมในราคาที่นักท่องเที่ยวจะจ่ายได้หรือไม่ ขณะที่ในภาคบริการต่างๆ ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวว่า จะสามารถจัดแพคเกจให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวต่อในราคาพิเศษ ซึ่งได้สั่งการให้ ททท.ในพื้นที่ ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด รวมไปถึงอาสาสมัครดูแลนักท่องเที่ยวเข้าไปดูแลนักท่องเที่ยวในแต่ละโรงแรมว่ามีความต้องการ หรือขาดเหลืออะไรบ้างที่เราสามารถช่วยเหลือในเบื้องต้นได้
ให้ถือว่าตรงนี้คือโอกาสในวิกฤตที่จะสร้างภาพจำที่ดีแก่นักท่องเที่ยวว่า ในยามวิกฤตแบบนี้ประเทศไทยมีการดูแลนักท่องเที่ยวได้ดี ให้เชื่อว่า หากเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยจะสามารถอุ่นใจและจะกลับบ้านได้แน่นอน ทั้งนี้ หน่วยงานทุกหน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างเดิน เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบ
เร่งดำเนินการจังหวัดเที่ยวหลักๆ
น.ส.นัทรียา กล่าวว่า นอกจากนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่วีซ่าจะหมดอายุ หรือคาบเกี่ยว เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่หลัก โดยเฉพาะพื้นที่หลักอย่าง ภูเก็ต กระบี่ พังงา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ รวมถึงอาสาสมัคร ต้องเข้าไปสำรวจสอบถามเพื่อให้คำแนะนำ และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ด้วย โดยการนำเสนอข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรี รับรู้ถึงสถานการณ์แล้วว่า มีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มอาหรับที่ตกค้างอยู่
ซึ่งขณะนี้กระทรวงท่องเที่ยวก็ร่วมมือกับภาคเอกชนต่างๆ สมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวให้ช่วยกันดูแลไปพรางก่อน และได้ส่งเจ้าหน้าที่ประสานงานสำหรับความต้องการอื่นๆ ของนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ทางภาคเอกชนก็ยังสามารถที่จะช่วยเหลือดูแลกันไปก่อน อาทิ สายการบินก็มีการแจ้งแล้วก็ช่วยเหลือ ส่วนโรงแรมของเราก็ดูแลนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้า ซึ่งตกค้างอยู่ผ่านการปรับลดราคาห้องพักลง
“ที่ประชุมก็ถือว่าเห็นด้วยกับแนวทางที่กระทรวงการท่องเที่ยวได้นำเสนอแล้ว ขอดูสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่ง จากนั้นหากมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวในวงกว้างก็จะมีการพิจารณาการเยียวยาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้การดูแลนักท่องเที่ยวที่ตกค้างให้ดีก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าเป็นภาพลักษณ์การดูแลช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจะได้สร้างความประทับใจ ถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัย มีความอบอุ่น ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีได้” น.ส.นัทรียา กล่าว

