ศุภจี เคาะ 8 มาตรการ บริหารจัดการผลไม้ 6.9 ล้านตัน ลดปัญหาล้นตลาด-ราคาต่ำ เฝ้าระวัง ทุเรียน-มังคุด-มะพร้าว
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ภายหลังประชุมขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ปี 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียม 8 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2569 ได้แก่ 3 มาตรการดูแลด้านการผลิต 2 มาตรการเพื่อการแปรรูป และ 3 มาตราการด้านการตลาด โดยมีเป้าหมายดูดซับผลผลิตผลไม้ทุกชนิดรวม 1.1 ล้านตัน และคาดว่าจะใช้ประมาณรวม 500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากการข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ปี 2569 ผลผลิตผลไม้ไทยทุกชนิดรวมประมาณ 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 3.8 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้น 5.8% โดยสินค้าที่เฝ้าระวังในเบื้องต้นคือ มะพร้าว ทุเรียน และมังคุด

ในส่วนของ “มะพร้าว” ขณะนี้ได้ผ่านราคาต่ำสุดแล้ว หลังจากการเข้าเร่งกระจาย ทำให้ราคาสูงขึ้นลูกละ 4 บาท ส่วน “ทุเรียน” ปีนี้คาดมีผลผลิต 1.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นถึง 21% ส่วน “มังคุด” แม้คาดการณ์ผลผลิตลดลง 15% หรือจาก 3.3 แสนตัน มาอยู่ที่ 2.8 แสนตัน แต่ด้วยเป็นผลไม้เน่าเสียง่าย จึงต้องเตรียมพร้อมการดูดซับตลาดและเร่งระบาย ขณะที่ผลไม้หลายชนิดมีผลผลิตที่มากขึ้น อาทิ สับปะรด ผลผลิต 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 10% ส้มเขียวหวาน และเงาะ ก็มีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนลำไยคาดลดลง 3% จากผลผลิต 1.5 ล้านตัน อยู่ที่ 1.47 ล้านตัน
นายวิทยากรกล่าวว่า สำหรับกิจกรรมขับเคลื่อนจะมีทั้งผลักดันตลาดในประเทศและส่งออก ผ่านเครือข่ายธงฟ้า ตลาดสด ค้าปลีก และอุตสาหกรรมแปรรูป จัดรณรงค์การบริโภคผลไม้ไทยในต่างประเทศ เพิ่มการขายผ่านบริษัทนำเข้าในตลาดใหม่ เช่น อินเดีย เป็นต้น ทั้งนี้ ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน จะจัดมหกรรมคลิกออฟรณรงค์บริโภคทุเรียนและผลไม้ไทย ที่ จ.จันทบุรี โดยจะเรียนเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดงาน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการลดอุปสรรคต่างๆ เช่น จัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ ติดตามการขนส่งหลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง เบื้องต้นมองว่าไม่ได้รับผลกระทบ เพราะผลไม้ส่วนใหญ่ส่งออกไปเอเชียและอาเซียน เป็นหลัก เช่น ทุเรียนส่งไปจีนกว่า 96% พร้อมได้นัดประชุมดูแลบริษัทรับซื้อผลผลิตเกษตร (ล้ง)เพื่อป้องปรามการกดราคาซื้อ เป็นต้น
“อย่างทุเรียนปีนี้คาดว่าจะมีผลผลิตเพิ่มถึง 21% จึงต้องเร่งส่งออกและบริโภคในประเทศ เป้าหมายจะเพิ่มส่งออกจาก 1.08 ล้านตัน เป็น 1.2-1.3 ล้านตัน บริโภคในประเทศเพิ่มจาก 4.7 แสนตัน เป็น 5.5 แสนตัน ซึ่งผลไม้อื่นก็จะทำเช่นเดียวกัน ทั้งผลักดันส่งออก แปรรูป รณรงค์บริโภค รวมถึงวางแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างสมดุลผลผลิตและการตลาด” นายวิทยากรกล่าว

