หน้าแรก เศรษฐกิจ อรรถพล สั่งปร...

อรรถพล สั่งปรับแผนซื้อน้ำมันดิบ-เร่งหาแหล่ง LNG ใหม่ แจงยังต้องส่งน้ำมันให้ลาว เหตุพึ่งพาพลังงานกัน

2.03.26 | 17:33 น.

อรรถพล สั่งหาแหล่งน้ำมัน-ก๊าซหุงต้ม-LNG ป้องกันขาดแคลน แม้มีสำรอง 60 วัน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากเปิดและจัดประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อติดตามเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แม้ช่องแคบฮอร์มุชจะยังไม่ถูกปิด 100% แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวนในระดับสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 7% หากจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ สามารถใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชย ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท

ส่วนแผนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากความกังวลถึงความปลอดภัยของเรือที่ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุช ได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้

ส่วนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้น สปป.ลาว โดยจะยังส่งน้ำมันให้บางส่วน เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจาก สปป.ลาว (แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3) และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ รวมทั้งจะดำเนินการตรวจสอบและขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น

ส่วนก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของเดือนเมษายนจะใช้วิธีบริหารจัดการจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมทั้งหาซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรนาส มาเลเซีย

ด้าน LNG ที่ไทยต้องนำเข้าจากกาตาร์และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุชนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ แต่ก็ได้เจรจาจัดหา Spot LNG จากรายอื่น เช่น อเมริกา รวมทั้งการพิจารณาเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงเพื่อลดผลกระทบ ทั้งนี้ การจัดหา Spot LNG อาจมีราคาสูงกว่าที่ทาง กกพ.กำหนด และอาจกระทบต่อราคา Pool Gas กระทรวงพลังงานจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองและราคา

Advertisement

ส่วนด้านไฟฟ้า คาดว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุด หรือ Peak จะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ เช่น เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน รวมทั้งจะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงเวลานี้

และในด้านการบริหารจัดการการใช้พลังงานเพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมปรับแผนในการผลิตสินค้าให้เหมาะสมและลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

“กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่าจะดำเนินทุกมาตรการ ทั้งการจัดหาปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG ไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศในช่วงที่ยังคงเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่วนด้านราคาน้ำมันก็จะใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าช่วยเหลือเพื่อผลกระทบกับประชาชน กระทรวงพลังงานจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งขอให้หน่วยงานภาครัฐ ในการลดการใช้พลังงาน และขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด” นายอรรถพลกล่าว