การท่าเรือ ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด ดูข้อมูลเดินเรือเรียลไทม์ ยันยังให้บริการปกติ
วันที่ 4 มี.ค.69 รายงานข่าวจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) แจ้งว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้สร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงาน และต้นทุนการขนส่งทางทะเลในระดับสากล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ กทท.ได้ติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางทะเลของประเทศ
กทท.ขอยืนยันว่าการให้บริการท่าเรือภายใต้การกำกับดูแลทุกแห่งยังคงดำเนินงานตามปกติ ทั้งท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง โดยมีระบบบริหารจัดการท่าเรือ และแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชัดเจน รองรับเรือเข้า-ออก และการขนถ่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ในด้านการเฝ้าระวัง กทท. ได้ประสานงานกับสายเรือ ตัวแทนเรือ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้ระบบติดตามข้อมูลการเดินเรือ และตารางเรือแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินความเคลื่อนไหวของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ หากมีการปรับเปลี่ยนเส้นทาง หรือรอบการเดินเรือ กทท.สามารถบริหารจัดการท่าเทียบและทรัพยากรภายในท่าเรือได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า
ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า ขณะนี้การให้บริการของ กทท. ยังคงเป็นไปตามปกติ ตลอด 24 ชั่วโมง และยังไม่พบผลกระทบต่อภารกิจหลักด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงอัตราค่าภาระและค่าบริการของ กทท. ยังคงเป็นไปตามอัตราปกติ ไม่มีการปรับเปลี่ยนจากสถานการณ์ดังกล่าว โดย กทท.ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ พร้อมประเมินปัจจัยความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบโลจิสติกส์ทางน้ำของประเทศยังคงมีเสถียรภาพและความต่อเนื่อง
ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการ และความร่วมมือกับภาคเอกชนในภาคการเดินเรือของไทยมีความพร้อมรองรับความผันผวนในระดับสากล โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ความต่อเนื่องในการให้บริการ และการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม กทท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อยืนยันว่าการขนส่งทางทะเลของประเทศยังคงดำเนินไปอย่างมั่นคง และไม่กระทบต่อการให้บริการหลักในภาพรวม

