เคเอฟซีขยายสาขาทั่วไทย1,226สาขา ซื้อกลับบ้าน – โปรแชร์อาหาร ยอดขายปัง
น.ส.ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ General Manager KFC ประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนธุรกิจเคเอฟซี ปี 2569 ว่า การปักหมุดครบ 77 จังหวัด รวม 1,226 สาขาทั่วประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญของ เคเอฟซี ประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนชัดว่ากลยุทธ์การเติบโตของเราคือการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแรงในทุกพื้นที่ ทั้งในด้านความแข็งแกร่งของระบบดำเนินงานและซัพพลายเชน เพื่อการรักษามาตรฐานเดียวกันทุกสาขาในทุกจังหวัด ความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์ซี (Franchisee) ความเข้าใจตลาดไทยและพฤติกรรมของผู้บริโภค (Consumer Insight) อย่างลึกซึ้งและรู้จริง สร้างยอดขายที่เติบโตอย่างสมดุลทั่วประเทศ โดยในปี 2568 สัดส่วนยอดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 40% ต่างจังหวัด 60% ยอดขายกระจายอยู่หลายช่องทาง จากการซื้อกลับบ้าน 40%, รับประทานที่ร้าน 32%, แพลตฟอร์มเดลิเวอรี 25%, ไดร์ฟทรู 2% และช่องทางอื่น ๆ 1%
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคยังมีวัฒนธรรมการแชร์ความอร่อยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย KFC ประเทศไทยได้มีการพัฒนาเมนูที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Bundle และ Sharing Set ที่เหมาะกับการรับประทานร่วมกัน เมนู Limited Time Offer ที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นและความหลากหลาย รวมถึงการนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อออกแบบข้อเสนอและโปรโมชันที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา การขยายสาขาในปีที่ผ่านมา KFC ประเทศไทยได้มีการเปิดสาขาเพิ่มถึง 103 สาขา โดยสัดส่วนสาขาใหม่แบ่งเป็น สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40% และ 60% ในพื้นที่ต่างจังหวัด ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตที่มุ่งมั่นที่จะขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกพื้นที่ ควบคู่กับการวิเคราะห์ศักยภาพเชิงลึกในแต่ละพื้นที่
จังหวัดสุดท้าย จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่คนไทยนึกถึงพร้อมกันสองคำแบบไม่ต้องนัด “โค้ง” และ “ไกล” จังหวัดหนึ่งเดียวในไทยที่ถึงกับต้องมีจุดพักฮาก (อาเจียน) ให้พักหายใจเต็มสองข้างทางอันยาวไกลกว่า 1,864 โค้ง ในโอกาสที่ KFC มาเปิดสาขาที่แม่ฮ่องสอน จึงจัดเต็มให้สมกับการรอคอยถึง 3 สาขา ได้แก่ สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน สาขา ปตท. โออาร์ ปาย แม่ฮ่องสอน และ สาขา ปตท. โออาร์ แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน
นอกจากนี้ เพื่อฉลองการมาเยือนถึงแม่ฮ่องสอน KFC ประเทศไทยชวนคนไทย “ฝ่าโค้งมาฟินไก่” ฉลองจังหวัดที่ 77 ด้วยการส่ง “ถุงฮาก” หรือถุงอาเจียน ที่ซ่อนคำท้าเอาไว้หลังถุงว่าจะฮากใส่ก็ได้นะ แต่ถ้าไม่ฮากมาถึงที่ KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน แบบถุงขาวสะอาด เตรียมรับโปรเด็ดพิเศษในราคาเพียง 77 บาท อิ่มจัดเต็มกับไก่กรอบฮอทแอนด์สไปซี่ 7 ชิ้น และวิงซ์แซ่บ 7 ชิ้น ที่มาพร้อมบักเก็ตลายลิมิเต็ด ดีไซน์จากของดีแม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะเป็นเรือจีนแบบบ้านรักไทย ประเพณีลอยโคม และลุงผู้พันกับเส้นทางโค้งที่เป็นเอกลักษณ์ จำกัดสำหรับ 77 คนแรกที่นำถุงฮากที่ยังไม่ได้ใช้งานมาจนถึงร้าน KFC ได้สำเร็จ ระหว่างวันที่ 5 – 11 มีนาคม 2569 เท่านั้น!
ทั้งนี้ เตรียมพร้อมออกเดินทาง รับถุงฮากได้ที่จุดต่าง ๆ ดังนี้ 1. ขึ้นรถจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 (จตุจักร) ด้วยรถสมบัติทัวร์ เส้นทางกรุงเทพฯ – แม่ฮ่องสอน เพิ่มสต็อปใหม่จอดตรงถึงหน้าร้าน KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน เฉพาะวันที่ 5 – 13 มีนาคม 2569 2. บนรถแดง ที่ตลาดสายหยุด ส่งถึงหน้าร้าน KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน ตลอดเดือนมีนาคม 3. คาเฟ่ระหว่างทาง 3 แห่ง ตลอดเดือนมีนาคม ได้แก่ เดอะฟาร์มคาเฟ่ อ.ปางมะผ้า, ร้านชาละมุน อ.ปางมะผ้า และ ความสุข คาเฟ่ อ.สะเมิง นางสาวศศิพินทุ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีบักเก็ตลายลิมิเต็ด ดีไซน์จากของดีแม่ฮ่องสอน พร้อมเสิร์ฟกับชุดเมนูที่เลือกซื้อ และเพื่อเป็นที่ระลึกให้ผู้กล้าทุกคนที่มาเยี่ยมเยียนกัน KFC มีประกาศนียบัตรผู้พิชิตเส้นทาง พร้อมลายเซ็นการันตีจากลุงผู้พันแซนเดอร์ส และแสตมป์ให้ปั๊มเช็คอินการมาเยือน ตลอดทั้งเดือนมีนาคม หรือจนกว่าของจะหมด ณ KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน
“ตลอดกว่า 41 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่าการเป็นแบรนด์ QSR อันดับ 1 ไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความแข็งแกร่งของแบรนด์ในการเชื่อมโยงประสบการณ์กับผู้บริโภคในทุกช่วงเวลา เพื่อสร้าง Brand Love อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความรักความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ และถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว เราจะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จให้ KFC เป็นมากกว่าร้านไก่ทอด แต่เป็นแบรนด์ที่อยู่ในทุกโมเมนต์ของคนไทยทั่วประเทศอย่างแท้จริง ด้วยกลยุทธ์การเติบโต 3 แกนหลัก ได้แก่ การเข้าถึงทุกพื้นที่ เข้าใกล้ผู้บริโภคมากกว่าที่เคย, การพัฒนาเมนูที่โดนใจและเข้าใจคนไทย รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ” นางสาวศศิพินทุ์ กล่าว
กลยุทธ์การเติบโตของ KFC ประเทศไทย เพื่อเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง คือการเข้าถึงทุกพื้นที่ เข้าใกล้ผู้บริโภคมากกว่าที่เคยเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมพัฒนาโมเดลร้านที่เหมาะกับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้บริโภคในทุกพื้นที่เข้าถึงไก่ทอดผู้พันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และพัฒนาเมนูที่โดนใจและเข้าใจคนไทยพัฒนาเมนูจากอินไซต์จริงของผู้บริโภค ผสานรสชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงเสิร์ฟถึงมือผู้บริโภค เพื่อให้ทุกคำไม่ใช่แค่อร่อย แต่โดนใจและมั่นใจได้
รวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสร้างประสบการณ์ภายในร้านให้เป็นพื้นที่ของโมเมนต์ ทั้งดีไซน์ บรรยากาศ การบริการ รวมถึงแคมเปญการตลาดที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้บริโภค

