รักชาติ ชี้ หุ้นไทยดิ่ง งัด เซอร์กิตเบรกเกอร์ เบรกซื้อขาย เผย สงคราม-เงินเฟ้อ ทุบเศรษฐกิจไทยปีนี้
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) เปิดกระดานเช้า ทรุดหนักหุ้นร่วงกว่า 100 จุด หายไป 10% ภายในวันเดียว ส่งผลให้ขาดสภาพคล่อง ถึงขั้นใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเซอร์กิตเบรกเกอร์(Circuit Breaker) รอบที่ 7 ตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ปรากฏการณ์ไม่ได้จบลงที่การพักการซื้อขายตามปกติในเวลา 12.30 น. แต่ระบบต้องชัตดาวน์ตัวเองชั่วคราวเป็นเวลา 30 นาที ทันทีที่ดัชนีร่วงทะลุแนวดิ่ง 8% (Circuit Breaker ขั้นที่ 1) ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักลงทุนที่เทขายหนีตาย และหากสถานการณ์ยังเลวร้าย ทรุดหนักถึง 15% หรือ 20% ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมมาตรการหยุดพักขั้น 2 และขั้น 3 ออกมาสกัดตามลำดับ
“Circuit Breaker มีทั้งหมด 3 ขั้น Circuit Breaker ขั้นที่ 1 คือการที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงต่ำกว่า 8% ภายในวันเดียว จะหยุดพักการซื้อขาย 30 นาที ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค. และนับว่าเป็นครั้งที่ 7 ตั้งแต่เรามีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย Circuit Breaker จะมีขั้นที่ 2 และขั้นที่ 3 ก็คือว่าถ้าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรับตัวลดลงภายใน 1 วัน ไปที่ 15% ก็จะหยุดพักอีกครึ่งชั่วโมง และขั้นที่ 3 ก็คือถ้าลดลง 20% จะหยุดพัก 1 ชั่วโมง
นายเอกพิทยา กล่าวว่า หลายคนพยายามปลอบใจ ว่า คือผลกระทบระยะสั้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และประเมินแนวทางบวก ว่าราคาน้ำมันพุ่ง หุ้นพลังงานต้องพุ่ง แต่ความจริงบนกระดานสีแดง เพราะในภาวะการซื้อและขายแบบตื่นตระหนก ขั้นสุดวิกฤตทุกอย่างถูกเททิ้ง ไม่เว้นหุ้นเสาหลัก อย่างกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า และเป็นจุดสลบของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือ เงินเฟ้อ วิกฤตครั้งนี้ซ้อนทับด้วยความเปราะบางเชิงโครงสร้าง
เมื่อพิจารณาหน้าตักนโยบายการเงินของไทยและทั่วโลก(รวมถึง FED สหรัฐฯ) ล้วนอยู่ในสภาพ กระสุนหมด การใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย หรือการหั่นดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ถูกใช้ไปจนแทบจะชนเพดานเงินเฟ้อ เหลือกระสุน อีกไม่กี่นัด คือลดมาเกือบเท่าอัตราเงินเฟ้อแล้ว แปลว่าถ้าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น มาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น(Cost Push) ไม่ใช่มาจากความต้องการ(Demand Pull) จะทำให้ดอกเบี้ยหรือการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายทำอีกไม่ได้ นี่คือวิกฤตการณ์ของโลก เป็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจโลกในปีนี้”นายเอกพิทยา กล่าว
นายเอกพิทยา กล่าวว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง หรือการทะเลาะวิวาทของมหาอำนาจ แต่คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่กำลังลามมากระทบปากท้องและเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความตื่นตระหนก หากย้อนกลับไปสัปดาห์ก่อนที่ตลาดหุ้นไทยถูกปั่นราคาขึ้นไปจนเกินจริง ค่า PE พุ่งทะยานจาก 13 เท่า ไปแตะ 17 เท่าอย่างรวดเร็ว สะท้อนสัจธรรมของตลาดทุนที่ว่าขึ้นเร็ว ก็ลงแรง
ถ้าตัวเลขของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงมาในระดับต่ำกว่า 1,300 เป็นระดับที่ลงทุนได้ เพราะ PE ไม่แพง การจ่ายปันผลสูง และยังมีลุ้นในการที่นำพาเศรษฐกิจปีนี้ในการค่อยขยับขึ้น จึงต้องแยกประเด็นการลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ใช่ว่ามีข่าวร้ายแล้วไปขาย มีข่าวดีไปซื้อ ต้องดูจังหวะ ต้องดูทิศทางในการลงทุน

