หน้าแรก เศรษฐกิจ สหรัฐ ประกาศ ...

สหรัฐ ประกาศ ไทยมี 1 ศูนย์การค้า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนอีคอมเมิร์ซ ไม่อยู่รายชื่อน่ากังวล

5.03.26 | 10:24 น.

สหรัฐ ประกาศ ไทยมี 1 ศูนย์การค้า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนอีคอมเมิร์ซ ไม่อยู่ในรายชื่อน่ากังวล

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐ USTR ได้เผยแพร่รายงานรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2568 หรือรายงาน Notorious Markets ซึ่งปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ 37 แห่ง และย่านการค้า (Physical Markets) 32 แห่งใน 19 ประเทศ

โดยสำหรับไทยปรากฏเพียงศูนย์การค้า 1 แห่งในกลางกรุงเทพฯ ในกลุ่มตลาด Physical Markets ที่มีการละเมิดสูง พร้อมระบุว่า ผู้มีส่วนได้เสียได้แสดงความชื่นชมต่อความพยายามอย่างมีนัยสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

โดยเฉพาะสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าและผู้บริโภคเกี่ยวกับผลกระทบของสินค้าปลอม ขณะที่เจ้าของและผู้ประกอบการศูนย์การค้าฯ ได้ให้ความร่วมมือในการปราบปรามดังกล่าว โดยใช้มาตรการยกเลิกสัญญาเช่ากับผู้เช่าที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถปิดร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าละเมิด จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี กรมตระหนักว่ายังคงมีความพยายามลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดในบางลักษณะ โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านแผงลอยชั่วคราว หรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนยังคงเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่

Advertisement

นางอรมนกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ในตลาดออนไลน์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัด โดยรายงานในปีนี้ไม่ปรากฏชื่อของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยอยู่ในรายชื่อแหล่งที่น่ากังวล ทั้งนี้ ทิศทางที่เป็นบวกดังกล่าวเกิดขึ้นสอดรับกับการที่แพลตฟอร์มออนไลน์หลักในประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเตอร์เน็ต เพื่อให้มีการแจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดอย่างทันท่วงที และมีการยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ตลอดจนการติดตามและประเมินความเสี่ยงในช่องทางดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

นางอรมนกล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยกรมพร้อมรับข้อสังเกตจากรายงานดังกล่าวมาใช้ประกอบการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน โดยจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บก.ปอศ. กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าของสิทธิ

โดยมุ่งปราบปรามการละเมิดทั้งตลาดย่านการค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่จังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนจังหวัดการค้าชายแดน รวมทั้งการปราบปรามทางออนไลน์ เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมและตรวจยึดโกดัง สถานที่เก็บสินค้ารายใหญ่ พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าและผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กรมจะหารือร่วมกับฝ่ายสหรัฐ เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการการดำเนินการด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้กฎหมายของไทย โดยมุ่งหวังให้การประเมินในครั้งต่อไปสะท้อนพัฒนาการเชิงบวกของประเทศได้อย่างเหมาะสมและรอบด้าน

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและประชาชน ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ