หน้าแรก เศรษฐกิจ เกษตรฯ กังวลศ...

เกษตรฯ กังวลศึกตะวันออกกลาง กระทบส่งออกข้าว-ทูน่ากระป๋อง-ยางพารา ปีละ 7 หมื่นล. ยันตอนนี้เอาอยู่

5.03.26 | 14:13 น.

เกษตรฯ หวั่นศึกตะวันออกกลาง กระทบส่งออก ข้าว-ทูน่ากระป๋อง-ยางพารา ยันยังเอาอยู่

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์และการเตรียมรับมือผลกระทบในภาคการเกษตรไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯกำลังติดตามการรับมือผลกระทบอย่างใกล้ชิดโดย สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องหลักๆ คือเรื่องราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปยังต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร ทั้งสารเคมีทางการเกษตร ปุ๋ย ตลอดจนต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการประชุมเตรียมการในภาพรวมเพื่อดูแลสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงมาตรการดูแลราคาน้ำมันและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน

นายวิณะโรจน์กล่าวว่า กระทรวงได้แบ่งแนวทางการติดตามออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การประเมินผลกระทบต่อการส่งออก ปัจจุบันไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังตะวันออกกลางสูงถึงปีละ 50,000-70,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าเฝ้าระวังสำคัญประกอบด้วย ข้าว, ปลาทูน่ากระป๋อง, ผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มียอดส่งออกกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงกลุ่มอาหารปรุงแต่ง อาหารสัตว์เลี้ยง (สุนัข-แมว) สับปะรดแปรรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ชิ้นเนื้อไก่แช่แข็ง และซอสปรุงรส ซึ่งล้วนเป็นสินค้าหลักที่มีสัดส่วนในตลาดดังกล่าวสูง หากเส้นทางเดินเรือมีปัญหา หรือค่าประกันภัยสินค้าพุ่งสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและราคาสินค้าโดยตรง

นายวิณะโรจน์กล่าวว่า 2.ผลกระทบจากราคาพลังงานที่เกี่ยวเนื่องกับปัจจัยการผลิต เช่น สารเคมี และปุ๋ย กระทรวงเกษตรฯได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรลงพื้นที่สแกนร้านค้าและแหล่งจำหน่ายปุ๋ยทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาซ้ำเติมต้นทุนเกษตรกร และ 3.ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาค ทั้งปัญหาเงินเฟ้อที่จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้นจนกระทบต่อการค้าต่างประเทศ รวมถึงความผันผวนของค่าเงินที่เกิดจากสภาวะความขัดแย้ง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมประเมินเชิงลึกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการช่วยเหลือและประคับประคองราคาสินค้าเกษตรในกรณีที่ได้รับผลกระทบ

นายวิณะโรจน์กล่าวด้วยว่า เบื้องต้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าขณะนี้ยังสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ โดยมีการติดตามข้อมูลร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) อย่างต่อเนื่อง หวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายโดยเร็ว เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในภาพรวม