ส.ภัตตาคาร เตรียมยื่น4 แนวทาง รับมือพลังงาน-วัตถุดิบราคาพุ่ง จี้รัฐคุมราคาต้นทาง ชี้สัญญาณกักตุนเริ่มแล้ว
เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา มีการประชุมหารือของสมาชิกสมาคม ล่าสุดวันที่ 7 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย มีการพูดคุยถึงสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนอาหารจากสถานการณ์สงครามโลก เพื่อรับมือความผันผวนด้านดังกล่าว จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายจากสมาคมภัตตาคารไทย จะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ได้แก่ 1.ออกมาตรการพยุงต้นทุนพลังงานสำหรับร้านอาหาร (Energy Stabilization)
โดยมีข้อเสนอดังนี้
1.ตรึงราคาแก๊สหุงต้มภาคธุรกิจร้านอาหาร (LPG ภาคพาณิชย์)
2.ลดค่าไฟฟ้าสำหรับธุรกิจอาหารในช่วงวิกฤต
3.ตั้งกองทุนพลังงานสำหรับ SME อาหาร
นางฐนิวรรณกล่าวว่า ข้อเสนออิงจากเหตุผลร้านอาหารจะใช้พลังงานสูง เช่น เตาแก๊ส เครื่องทำความเย็น เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเมื่อต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายอาหาร หากรัฐบาลเตรียมพร้อมดั่งข้อเสนอ จะช่วยป้องกันการขึ้นราคาอาหารทันที อีกทั้งลดเงินเฟ้อด้านอาหาร และรักษาการจ้างงานในธุรกิจร้านอาหาร
นางฐนิวรรณกล่าวต่อว่า ข้อเสนอต่อมา 2.ใช้มาตรการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอาหาร โดยขอเสนอให้ กระทรวงพาณิชย์ จัดระบบ Food Price Monitoring และควบคุมราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ ไข่ ข้าว เป็นต้น รวมถึงเข้มงวดใช้กฎหมายเอาผิดเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า ซึ่งเรื่องนี้จะเสนอให้ตั้ง “คลังวัตถุดิบอาหารสำรอง” เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
ข้อเสนอถัดไป 3.ออกมาตรการสนับสนุนสภาพคล่องธุรกิจร้านอาหาร โดยจะเสนอให้ กระทรวงการคลังใช้มาตรการ
1.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับร้านอาหาร
2.ลดภาษีธุรกิจร้านอาหารชั่วคราว
3.ลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตร้านอาหาร
เนื่องจากธุรกิจร้านอาหารมีลักษณะต้นทุนหมุนเวียนสูง กำไรต่ำ และอ่อนไหวต่อเงินเฟ้อ
ข้อเสนอที่ 4.ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาหารและการท่องเที่ยว เสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช้มาตรการต่างๆ คือ โครงการ Thai Food Tourism การส่งเสริม Street Food & Local Restaurant ออกแคมเปญ “Eat Thai Save Thai Economy” เพราะร้านอาหารเป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power และ Tourism Economy หลายฝ่ายกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางไม่น่าจะจบภายใน 1 เดือน กระแสต่อปริมาณน้ำมัน แก๊สหุงต้ม และค่าขนส่งที่ระบุจะขยับขึ้นจากนี้ เริ่มสร้างความตื่นตัวกับการกักตุนสินค้าเพื่อการประกอบอาหาร จะมีผลจิตวิทยาต่อราคาอาหารปรุงสำเร็จทั่วไปอาจขอปรับราคา หรือลดปริมาณเพื่อคงราคาในภาวะกำลังซื้อไม่ดี แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการขยับราคาทั่วไป แต่หากต้นทุนทุกอย่างขยับ ธุรกิจร้านอาหารก็ต้องขยับ ซึ่งสำหรับร้านใหญ่ ที่มีข้อตกลงระยะยาวน่าจะตรึงได้นานที่สุด แต่ร้านย่อยทั่วไปอาจทนได้ระยะสั้น สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ รัฐบาลและหน่วยงานรัฐจะให้ความมั่นใจถึงปริมาณพลังงานและวัตถุดิบเพียงพอ ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาต้นทาง ซึ่งตอนนี้สมาชิกสมาคมยืนยันไม่มีการปรับราคาเมนูใดๆ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล

