หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.ภัตตาคารชี้...

ส.ภัตตาคารชี้ร้านอาหารอ่วม 70%  เปิดขาย1สัปดาห์ขาดทุน 3 วัน ชงรัฐบาลออก4มาตรการอุ้ม

8.03.26 | 06:00 น.

พิษสู้รบตะวันออกกลาง  ส.ภัตตาคารเผยร้านอาหารอ่วม 70%  เปิดขาย1สัปดาห์ขาดทุน 3 วัน ชงรัฐบาลออก4มาตรการอุ้ม

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยถึงการสู้รบในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ว่า มีความกังวลสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สถานการณ์ร้านอาหารในปัจจุบันยอดขายเริ่มชะลอตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และชัดเจนมากขึ้นในเดือนมีนาคม โดยร้านอาหารขนาดกลางจำนวนมากสะท้อนว่า ในหนึ่งสัปดาห์ขาดทุนประมาณ 3 วัน เสมอตัว 2 วัน และมีกำไรเพียง 2 วัน ซึ่งกำไรดังกล่าวอาจไม่เพียงพอชดเชยวันที่ขาดทุน ทั้งที่ปกติช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนถือเป็นฤดูกาลทำกำไร (ไฮซีซัน) เพื่อสะสมเงินทุนสำหรับช่วงโลว์ซีซันในเดือนถัดไป อย่างไรก็ตาม ปีนี้สัญญาณกลับเริ่มเห็นสัญญาณตั้แต่ต้นปี โดย 70% ของร้านอาหารขนาดกลางได้รับผลกระทบในลักษณะดังกล่าว ขณะที่อีก 30% ยังพอประคองตัวได้ จะตอนนี้ใน 1 สัปดาห์ ขาดทุน 3 วัน เสมอตัว 2 วัน กำไร 2 วัน กำไร 2 วันนั้นจะไปพอเลี้ยง 3 วันที่ขาดทุนหรือเปล่า อันนี้น่าตกใจมาก

นางฐนิวรรณกล่าวว่า ได้ประชุมหารือสมาชิกสมาคมฯ ถึงสถานการณ์ด้านพลังงานและต้นทุนอาหารจากสถานการณ์สงครามโลก จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายจากสมาคมภัตตาคารไทย และจะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 4 ข้อ ได้แก่ 1. ออกมาตรการพยุงต้นทุนพลังงานสำหรับร้านอาหาร ตรึงราคาก๊าซหุงต้มภาคธุรกิจร้านอาหาร (LPG ภาคพาณิชย์) ลดค่าไฟฟ้าสำหรับธุรกิจอาหารในช่วงวิกฤต และตั้งกองทุนพลังงานสำหรับ SME อาหาร ข้อเสนออิงจากเหตุผลร้านอาหารจะใช้พลังงานสูง เช่น เตาแก๊ส เครื่องทำความเย็น เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเมื่อต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายอาหาร หากรัฐบาลเตรียมพร้อมจะช่วยป้องกันการขึ้นราคาอาหารทันที อีกทั้งลดเงินเฟ้อด้านอาหาร และรักษาการจ้างงานในธุรกิจร้านอาหาร

2.ใช้มาตรการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอาหาร โดยขอเสนอให้ กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการดังนี้ จัดระบบ Food Price Monitoring และควบคุมราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ ไข่ ข้าว เป็นต้น รวมถึงเข้มงวดใช้กฎหมายเอาผิดเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า ซึ่งเรื่องนี้จะเสนอให้ตั้ง “คลังวัตถุดิบอาหารสำรอง” เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ข้อเสนอถัดไป 3. ออกมาตรการสนับสนุนสภาพคล่องธุรกิจร้านอาหาร โดยจะเสนอให้ กระทรวงการคลัง ใช้มาตรการ1.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับร้านอาหาร 2.ลดภาษีธุรกิจร้านอาหารชั่วคราว 3. ลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตร้านอาหาร เนื่องจากธุรกิจร้านอาหารมีลักษณะต้นทุนหมุนเวียนสูง กำไรต่ำ และอ่อนไหวต่อเงินเฟ้อ และข้อเสนอที่4. ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาหารและการท่องเที่ยว ขอเสนอให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช้มาตรการต่างๆ คือ โครงการ Thai Food Tourism การส่งเสริม Street Food & Local Restaurant ออกแคมเปญ”Eat Thai Save Thai Economy” เพราะร้านอาหารเป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power และ Tourism Economy

นางฐนิวรรณ กล่าวว่า หลายฝ่ายกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางไม่น่าจะจบภายใน 1 เดือน และกระแสต่อปริมาณน้ำมัน แก๊สหุงต้ม และค่าขนส่งที่ระบุจะขยับขึ้นจากนี้ เริ่มสร้างความตื่นตัวกับการกักตุนสินค้าเพื่อการประกอบอาหาร จะมีผลจิตวิทยาต่อราคาอาหารปรุงสำเร็จทั่วไปอาจขอปรับราคา หรือ ลดปริมาณเพื่อคงราคาในภาวะกำลังซื้อไม่ดี แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการขยับราคาทั่วไป แต่หากต้นทุนทุกอย่างขยับ ธุรกิจร้านอาหารก็ต้องขยับ ซึ่งสำหรับร้านใหญ่ ที่มีข้อตกลงระยะยาวน่าจะตรึงได้นานที่สุด แต่ร้านย่อยทั่วไปอาจทนได้ระยะสั้น

Advertisement

“ดังนั้นสิ่งสำคัญตอนนี้ คือ รัฐบาลและหน่วยงานรัฐจะให้ความมั่นใจถึงปริมาณพลังงานและวัตถุดิบเพียงพอ ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาต้นทาง ซึ่งตอนนี้สมาชิกสมาคมยืนยันไม่มีการปรับราคาเมนูใดๆ และ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล”นางฐนิวรรณกล่าว