ทีดีอาร์ไอ หวัง รัฐใหม่ปลดล็อกไฮสปีด 3 สนามบิน ดันค่าโดยสารร่วมเชื่อมขนส่งทั้งระบบ
นายสุเมธ องกิตติกุล รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในฐานะผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานและภารกิจเร่งด่วนที่ต้องการฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภายใต้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชุดที่ 2 ว่า รัฐบาลควรเร่งพิจารณาตัดสินใจโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ยังมีความล่าช้า โดยเฉพาะโครงการที่ชะลอการดำเนินงานมาระยะหนึ่ง เพื่อให้สามารถเดินหน้าการลงทุนได้อย่างต่อเนื่องและลดความล่าช้าที่สะสมมาเป็นเวลานาน
นายสุเมธ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้ามาจัดการคือ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งปัจจุบันยังติดขัดในเรื่องของการปรับปรุงสัญญาและการตัดสินใจในระดับนโยบาย และ โครงการนี้มีความล่าช้ากว่าแผนงานมานานพอสมควร ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งตัดสินใจเพื่อให้สามารถเดินหน้าโครงการได้อย่างชัดเจน ขณะที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่เริ่มดำเนินการแล้วในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น โครงการท่าเรือและสนามบินต่าง ๆ นั้น คาดว่าจะยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ แต่ในส่วนของ ข้อเสนอการพัฒนาโครงการด้านการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เช่น โครงการดิสนีย์แลนด์ในพื้นที่ EEC นั้น ตนยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะให้ความเห็นในรายละเอียดได้
นายสุเมธ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง ตนให้ความสำคัญกับ พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ที่มีความพร้อมทางด้านกฎหมายแล้ว จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินงานเรื่อง ‘ค่าโดยสารร่วม’ ให้มีความชัดเจนในเชิงปฏิบัติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้คล่องตัวขึ้น ส่วนอัตราค่าโดยสารจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลในการเข้ามาบริหารจัดการและอุดหนุนงบประมาณตามความเหมาะสม
นายสุเมธ กล่าวว่า ทั้งนี้ การที่ระบบรถไฟฟ้าเริ่มปรับเปลี่ยนจากการใช้บัตรเติมเงินมาเป็นการใช้ระบบ บัตร EMV (Europay, Mastercard, and Visa) หรือการใช้บัตรเดบิตและบัตรเครดิตแตะเพื่อชำระค่าโดยสารนั้น ถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานของกฎหมายตั๋วร่วมฉบับใหม่ และเป็นการปูทางไปสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในอนาคตควรขยายผลการใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์นี้ไปยังระบบรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ด้วย เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อค่าโดยสารร่วมอย่างเป็นรูปธรรม
นายสุเมธ กล่าวว่า สำหรับการยกระดับบริการรถโดยสารประจำทาง ตนมองว่ารัฐบาลยังคงต้องให้ความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพตัวรถและเส้นทางเดินรถให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยควรนำเทคโนโลยีการชำระเงินสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ เพื่อยกระดับขนส่งสาธารณะไทยให้เข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลใหม่ที่จะต้องผลักดันแผนงานเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง
นายสุเมธ กล่าวว่า ในด้านความปลอดภัย ตนแสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อสถานการณ์อุบัติเหตุในบริเวณเขตก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา จึงเสนอให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ท่านใหม่กำหนดมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้าง รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในเงื่อนไขสัญญากับบริษัทเอกชนคู่สัญญา หากพบว่าการดำเนินงานไม่มีประสิทธิภาพหรือเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก อาจต้องมีการพิจารณามาตรการลงโทษหรือปรับปรุงเงื่อนไขสัญญาในระยะยาวเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ยั่งยืน

