แอสเซท ไฟว์ หวั่นสู้รบยืดเยื้อ กระทบต้นทุนส่งออก ทำท่องเที่ยวซบเซา เผยแผนปีนี้เน้นระบายสต๊อก
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า บริษัทก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่กังวลต่อผลกระทบสงครามตะวันออกที่อาจยืดเยื้อ จะส่งผลต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อยู่ในต้นทุนสินค้าและบริการทุกชนิด ก็จะส่งผลต่อรายได้และความมั่นใจในอนาคตต่อการตัดสินใจซื้อบ้านหรือลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์
โดยการวางแผนในปีนี้เราให้น้ำหนัก 30-40% และอีก 30-40% ด้านแรงงาน รวมถึงความผันผวนจากเหตุการณ์ต่างๆ อีก 10% เมื่อประมวลกับปัจจัยที่มีอยู่ ทั้งกำลังซื้อยังซึม การไม่ฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ คาดว่าจะโตเหลือ 1.5% และสต๊อกอสังหาริมทรัพย์ในตลาดยังสูงมาก ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาสูง
ดังนั้น แผนการทำธุรกิจในปี 2569 จึงมุ่งการระบายสต๊อกที่มีอยู่ และตอนนี้บริษัทมียอดขายรอโอน 967 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบระดับลักชัวรี่ ยังมีกำลังซื้อต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มที่บริษัทเจาะ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากยอดขายและการโอน โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายทั้งปีนี้ไว้ที่ 1,600 ล้านบาท
นายศุภโชคกล่าวว่า ขณะเดียวกันบริษัมยังเตรียมแผนการลงทุนขึ้นโครงการใหม่และสร้างแบรนด์ใหม่เพิ่มจากที่มีอยู่แล้ว 5 แบรนด์ อีก 5 โครงการใหม่ มีมูลค่า 5,140 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปีจากนี้หรือภายในปี 2572 ที่มีได้ซื้อที่ดินเปล่าแล้ว ในทำเลกรุงเทพกรีฑา ราชพฤกษ์ พัฒนาการ รามอินทรา-วัชระพล ท่าอิฐ รวมถึงกำลังศึกษาการขยายโครงการในแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะภูเก็ตและพัทยา อีกทั้งในแผนงานระยะ 5 ปี จะมีการเพิ่มโครงการและแบรนด์เจาะบ้านเดี่ยวระดับราคาไม่เกิน 20 ล้านบาทครั้งแรก ถือเป็นการเจาะตลาดอสังหาฯระดับรายได้ปานกลางครั้งแรก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์กำลังซื้อคนในอนาคตและการเปิดตลาดคนรุ่นใหม่
ล่าสุดยังได้เพิ่มอีก 2 ธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจให้บริการหลังการขาย และธุรกิจออกแบบตกแต่งบ้าน ซึ่งได้เริ่มให้บริการแล้ว คาดว่าจะสร้างรายได้ 200-300 ล้านบาทต่อปี โดยภาพรวมของบริษัทตั้งเป้ารายได้โตเฉลี่ย 20% และรายได้ถึง 3,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า
“ตอนนี้ยอมรับว่ากังวลเรื่องสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ก็หวังว่าจะไม่เกิดสงครามโลก และยืดเยื้อไปหลายเดือน เพราะจะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการส่งออก และการท่องเที่ยวให้ซบเซา แต่ก็มองว่าไทยยังเป็นประเทศที่ปลอดภัยและเหมาะกับการพักอาศัยก็อาจเป็นโอกาสของต่างชาติเข้ามาซื้อ และลงทุนอสังหาฯในไทย
สำหรับไตรมาสสองปีนี้ ภาพรวมการเมืองในประเทศดีขึ้น หลังมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ก็จะคาดหวังต่อการออกมาตรการมากระตุ้นกำลังซื้อ อาทิ เพิ่มประเทศให้ฟรีวีซ่า เพิ่มระยะเวลาให้ต่างชาติถือครองที่ดินหรืออสังหาฯไทย เพิ่มเติมจากเติมกำลังเงินและกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคประชาชน ปีนี้เชื่อว่าจะไม่ต่ำไปกว่าปีก่อน เพราะปัจจัยภายในประเทศนิ่งแล้ว เหลือปัจจัยภายนอกที่ยังมองว่ายืดเยื้ออีกระยะหนึ่ง“ นายศุภโชคกล่าว

