หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าภายใน ถกสม...

ค้าภายใน ถกสมาคมผลิตปุ๋ย เช็กสต๊อก ยันปริมาณพอใช้ถึงส.ค. ตรึงราคาต้นทุนเดิม

9.03.26 | 16:46 น.
สมาคมผลิตปุ๋ย

ค้าภายใน ถกสมาคมผลิตปุ๋ย เช็กสต๊อก ยันปริมาณพอใช้ถึงส.ค. ตรึงราคาต้นทุนเดิม

 

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า วันที่ 10 มีนาคม กรมฯ จะประชุมสถานการณ์ปุ๋ยกับสมาคมผู้ผลิตปุ๋ย เพื่อทำความเข้าใจในการกำกับดูแลและเตรียมแผนล่วงหน้าในการบริหารจัดการปุ๋ย ภายในการประชุมจะตรวจเช็กปริมาณสต๊อก แผนนำเข้า และผลกระทบหากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาทิ เกิน 2 เดือนจะเป็นอย่างไร เกิน 3-4 เดือนจะเป็นอย่างไร เป็นต้น

นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ ในแง่ปริมาณเพียงพอ สต๊อกเดิมเพื่อจำหน่ายเพียงพอกว่า 2 เดือน หรือช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม และ ล็อตใหม่ที่จะเทียบท่าเรือไทยปลายเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นสั่งซื้อตามปกติก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบ ปริมาณเพื่อใช้อีก 2 เดือนครึ่ง รวม 2 ส่วนนี้ ปริมาณปุ๋ยเพียงพอถึงสิงหาคม ซึ่งระหว่างนี้ก็มีแผนนำเข้าล็อตต่อไป

นายวิทยากร กล่าวว่า  ในแง่ของราคา เมื่อเป็นสต็อกเดิมโดยเฉพาะล็อตที่ผลิตและวางจำหน่ายอยู่ก็ไม่มีเหตุอันควรจะราคาสูงขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีปัจจัยเรื่องค่าขนส่งจากราคาน้ำมัน ทั้งนี้ จากที่รับเรื่องร้องเข้ามา อย่างที่ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ว่ามีราคาสูงขึ้น ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบร้านค้าปุ๋ยทันที และได้สอบถาม ก็ได้รับแจ้งว่า ได้มีการบอกกล่าวว่า จะขึ้น แต่ไม่สามารถระบุรายละเอียดว่า เป็นยี่ห้อหรือบริษัทใด

“อยากให้ผู้พบพฤติกรรมหรือเจอโรงงานจำหน่ายปรับขึ้น ก็ให้แจ้งมาที่กรม ถ้าพบว่าเป็นการฉวยโอกาส จะดำเนินการตามกฎหมาย โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในพื้นที่ร้องมา ก็พบว่าเป็นพื้นที่ทำนาน้อย อ้อยอยู่ระหว่างตัด มันสำปะหลัง ก็ลงปลูกหมดแล้ว จึงไม่มีอันควรที่จะมีราคาสูง และสต๊อกเดิม การปรับราคาถือว่าไม่สมเหตุสมผล และจากที่ส่งตรวจที่ร้องว่าราคาสูงขึ้น ก็พบว่า พูดว่าจะขึ้น แต่ไม่มีหลักฐานอะไร”

Advertisement

สำหรับปุ๋ยล็อตต่อไป ราคาต้นทุนก็ต้องดูโครงสร้างต้นทุนสินค้าประกอบ และหากปรับราคาต้องที่สมเหตุสมผล ไม่สูงจนเป็นนัยะสำคัญ

นายวิทยากร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมได้มอนิเตอร์ความเคลื่อนไหว สินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ ทุกชนิด ว่ามีอะไรเคลื่อนไหวผิดปกติ จะเข้าตรวจสอบและบริหารจัดการ เช่น ปัจจัยจากอากาศร้อน ค่าขนส่ง และต้นทุนปลูก สูง ซึ่งจะมีการตรวจสอบควบคู่กับโครงสร้างต้นทุน