ชี้ไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัล 3 มิติ สร้างเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วประเทศ
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจปี 2569 ว่า ทรูเดินหน้าก้าวข้ามรูปแบบธุรกิจโทรคมนาคมแบบเดิม โดยมุ่งเน้นการเติบโตด้วยจำนวนผู้ใช้บริการเป็นหลัก พร้อมนำสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ในฐานะองค์กร AI-First ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการนำ AI มาาผสานกับเครือข่าย บริการ และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและประสบการณ์ลูกค้า ผ่านระบบการทำงานแบบ Touch-Free ที่เป็นอัตโนมัติ คาดการณ์ได้ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” ระยะ 3 ปี ถูกออกแบบเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงประสบการณ์ลูกค้า เทคโนโลยี และบุคลากรเข้าด้วยกัน พร้อมกำหนดทิศทางใหม่ในการให้บริการลูกค้า พันธมิตร และการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของไทยกำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจนใน 3 รูปแบบ 1. รูปแบบ Digital Life ผู้บริโภคไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข้อมูล แต่เป็นทั้งผู้สร้างและผู้บริโภคข้อมูลในด้านการทำงาน ความบันเทิง สุขภาพ และการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้เกิดบริการดิจิทัลที่เข้าใจพฤติกรรมเฉพาะบุคคลมากขึ้น 2. รูปแบบ Home and Business บ้านและองค์กรกำลังก้าวสู่ยุคอัจฉริยะจากการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์เชื่อมต่อและการใช้ AI โดยแม้ 73% ขององค์กรไทยมีแผนนำ AI มาใช้ แต่มีเพียง 18% ที่ใช้จริงในระดับองค์กร สะท้อนโอกาสในการเร่งการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล 3. รูปแบบ Nationwide Digital Growth โอกาสดิจิทัลขยายสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ เช่น การรองรับ Digital Nomad การขายสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดโลก การพัฒนาสตูดิโอ Animation และ Visual Effects ภาคเหนือ และการผลักดันอีสานสู่ศูนย์กลางบันเทิงดิจิทัล โดยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นกุญแจสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาค
ชู 4 Big Moves สู่การเป็นองค์กร AI-First
นายซิกเว่ กล่าวว่า แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทยสะท้อนถึงโอกาสสำคัญในการสร้างคุณค่าใหม่บนเศรษฐกิจดิจิทัล ทรูจึงเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขับเคลื่อนการเติบโต ใช้ AI และดาต้าเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของทรู ได้แก่ 1. Big Move ด้านประสบการณ์ (Experience) 2. Big Move ด้านการเติบโต (Growth) 3. Big Move ด้าน AI และ 4. Big Move ด้านบุคลากร (People) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของทรูสู่การเป็นองค์กร AI-First โดยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เร่งการเติบโตของธุรกิจ ใช้ AI และดาต้าเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรม พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัล
“ทรูไม่ได้เพียงนำ AI มาใช้ภายในองค์กร แต่ยังตั้งเป้าพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับคนไทยมากกว่า 12 ล้านคน ผ่านโครงการ AI Literacy อย่างครอบคลุม พร้อมสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับภาคธุรกิจ และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศ เพราะในยุคที่ AI เปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม ความเชื่อมั่นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผู้ประสบความสำเร็จ นั่นคือเหตุผลที่ทรูประกาศใช้นโยบาย Responsible AI ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”นายซิกเว่กล่าว

เดินหน้าสร้างประสบการณ์ดิจิทัลแบบครบวงจร
นายซิกเว่ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ “Big Moves” เป็นแผนปฏิบัติการแบบบูรณาการที่มุ่งเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ทั้งด้านผลประกอบการและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน เพื่อผลักดันทรูจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้ให้บริการรูปแบบ Telco-Tech Company อย่างเต็มรูปแบบ โดยการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมศักยภาพองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง พัฒนาศักยภาพบุคลากร และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว สะท้อนความตั้งใจของทรูในการมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” ยังถือเป็นการปรับทิศทางสำคัญของทรูเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม จากเดิมที่มุ่งเน้นการให้บริการโครงข่ายและแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต ไปสู่การสร้างประสบการณ์ดิจิทัลแบบครบวงจร โดยใช้ AI และข้อมูลเป็นแกนหลักในการพัฒนาบริการ เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อเสนอและบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้มากยิ่งขึ้น และทำให้ทรูเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดิจิทัลของผู้บริโภคมากขึ้น
การแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านโครงข่ายและราคา ไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์ของลูกค้า โดยคู่แข่งในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก เช่น บริการสตรีมมิ่งและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่าง ๆ ด้วย ดังนั้นผู้ให้บริการโทรคมนาคมจึงต้องพัฒนาบริการที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน และสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อในทุกบริการ ควบคู่กับการนำ AI และดาต้ามาใช้ขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ โดยทรูจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และนำเสนอข้อเสนอหรือบริการที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล แม้สมาชิกในครอบครัวเดียวกันก็อาจได้รับข้อเสนอที่แตกต่างกันตามพฤติกรรมการใช้งาน พร้อมทั้งปรับแนวทางการวัดผลธุรกิจจากเดิมที่เน้นรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) ไปสู่การพิจารณารายได้เฉลี่ยต่อบัญชีผู้ใช้ เพื่อสะท้อนรูปแบบการใช้บริการที่หลากหลายมากขึ้น
นายซิกเว่ กล่าวด้วยว่า การเติบโตของทรูในระยะต่อไปจะมาจากการขยายบริการดิจิทัลเพิ่มเติมบนโครงข่าย ทั้งบริการคอนเทนต์ เกม และบริการด้านดิจิทัลอื่น ๆ รวมถึงการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้าปรับองค์กรสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างบริการใหม่เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

