พณ.ถกล้งรายใหญ่ แก้มะพร้าวน้ำหอมราคาถูก ชี้ พบนอมินีหลายแบบ ทั้งถือหุ้นแทน ซื้อพื้นที่ทำเกษตร
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.69 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ กรมจะมีการประชุมร่วมกับบริษัทผู้รับซื้อผลผลิตการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมจำนวน 20 ราย รับฟังสถานการณ์มะพร้ามน้ำหอมทั้งระบบ และเน้นย้ำแนวทางการรับซื้อที่เป็นธรรม รวมถึงการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายจะยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย อาทิ กรมการค้าภายใน เป็นต้น
สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีคนไทย 10 ราย ที่ถูกตรวจสอบว่ามีส่วนให้ความช่วยเหลือบริษัท 15 แห่ง ซึ่งเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินีให้กับนักลงทุนต่างชาติ กรมได้ประสานการทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเชิงลึก โดยจะมีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดและความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ การตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารูปแบบการให้ความช่วยเหลือมีหลายลักษณะ ตั้งแต่การจัดตั้งบริษัท เข้าไปเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นแทน รวมถึงการบริหารจัดการบริษัท โดยเฉพาะกรณีคนไทยถือหุ้นแทนโดยไม่ได้มีการลงทุนจริง ซึ่งเข้าข่ายการสนับสนุนให้คนต่างด้าวกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 รวมถึงพบพฤติกรรมบางกรณีปล่อยให้ต่างชาติเช่า หรือซื้อพื้นที่เพื่อทำเกษตรกรรมเอง ซึ่งเป็นกิจการที่กฎหมายไทยกำหนดให้เป็นธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว ขณะที่การรับทำบัญชีหรือให้บริการทางธุรกิจทั่วไปไม่ถือเป็นความผิด หากไม่ได้มีส่วนร่วมในการถือหุ้นแทนหรือสนับสนุนให้ต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมาย
“การรับซื้อผลผลิตที่อาจมีการกำหนดราคา หรือดำเนินการในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม กรมจะประสานการทำงานเพื่อร่วมกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาว่ามีการดำเนินการที่เข้าข่ายกระทบต่อการแข่งขันทางการค้าหรือไม่ ” นายพูนพงษ์กล่าว และว่า ภาพรวมของนิติบุคคลในประเทศไทย ปัจจุบันมีประมาณ 820,000 รายนั้น ในจำนวนนี้บริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนประมาณ 120,000 ราย และในจำนวนนี้ 11,000 ราย เป็นบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นไม่ถึง 50% ซึ่งปกติจะมีการตรวจสอบตามระเบียบของกฎหมายต่างด้าวอยู่แล้ว
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ตรวจสอบพบการปลอมปนน้ำมะพร้าว หรือการใช้หัวเชื้อผสมน้ำเพื่อจำหน่ายในต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของน้ำมะพร้าวไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดจีนที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้าและความปลอดภัยด้านอาหารมากขึ้น จึงจำเป็นต้องร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อสินค้าการเกษตรของไทยในระยะยาว
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมไม่แค่ป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในไทยเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนบริษัทต่างชาติลงทุนทำธุรกิจในไทย ล่าสุด ช่วงบ่ายของวันที่ 9 มีนาคม กรมได้ตรวจเยี่ยมและหารือกับผู้บริหาร บริษัท ฮาร์มเลส ฮาร์เวสท์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Harmless Harvest) ซึ่งเป็นผู้ผลิต แปรรูปและส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกของไทยไปตลาดสหรัฐ 100% และกระจายขายไปทั้งสหรัฐและยุโรป ถือเป็นบริษัทตัวอย่างหนึ่งในการใช้ไทยเป็นฐานผลิตและส่งออก มาตั้งแต่ปี 2556 รวมถึงให้ความร่วมมือกับท้องถิ่นและผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาและยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกไทย
สำหรับบริษัท ฮาร์มเลส ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ปัจจุบันมีการรับซื้อผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมได้สูงสุดถึงวันละ 6 แสนลูก และได้พิจารณาถึงแนวทางความร่วมมือเพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มมะพร้าวน้ำหอมไทย และแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันจะศึกษาโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับมะพร้าวน้ำหอมไทย จนสามารถครองตลาดระดับพรีเมียมในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป
“ได้พูดคุยแนวทางแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ซึ่งบริษัทนี้ยืนยันการซื้อผลสดที่มีมาตรฐานสูง โดยมีการจัดการ Supply Chain โดยเฉพาะการทำสัญญารับซื้อที่เป็นธรรม (Fair Trade) กับเกษตรกร การเพิ่มมาตรฐานออร์แกนิกและเกษตรอินทรีย์ระดับสากล จะซื้อในราคาสูงกว่าตลาดทั่วไป พร้อมกับนำนวัตกรรมการยืดอายุสินค้า และนำโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาเป็นต้นแบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่มะพร้าวน้ำหอมไทย รวมถึงผลไม้อื่นๆ จึงได้มีการทำศูนย์การเรียนรู้และการฟื้นฟูพื้นที่ปลูกมะพร้าวคุณภาพสูง เมื่อผลผลิตมีคุณภาพ จึงได้กำหนดราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 5 ราคา สำหรับกรอบราคาวันนี้ตั้งแต่ 6.50-9.50 บาท ตามน้ำหนักผลมะพร้าว” นายพูนพงษ์กล่าว
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมจะนำข้อมูลและแนวทางที่ได้รับจากการหารือในครั้งนี้แจ้งกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการส่งออกเพื่อดำเนินการ Upskill & Reskill แก่ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ส่งออกรายใหม่ และดำเนินการจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าผลไม้ในต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนปริมาณผลผลิตผลไม้ออกจากระบบไปสู่การแปรรูปมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

