สมาคมโฮสเทล หนุนควบกระทรวงกำกับวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว แนะใช้นโยบาย ‘ทำ ซิ ดี’
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย กล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ อนุทิน ที่รับความเห็นจากกลุ่มคนในวงการท่องเที่ยวเรื่องการรวมกระทรวงวัฒนธรรมเข้ากับกระทรวงท่องเที่ยว เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวจะได้สามารถทำงานและบริหารได้ครอบคุมรวมถึงการปรับเปลี่ยนงบประมาณของกระทรวงวัฒนธรรมให้นำไปเป็นงบของกรมการกีฬาเพื่อจะได้พัฒนาส่งเสริมการกีฬาและนักกีฬาของเราได้มากขึ้น และ โยกงบของกระทรวงกีฬามาให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเพิ่ม เพื่อการท่องเที่ยวจะได้มีงบประมาณมากขึ้นในการเร่งปรับปรุงพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยซึ่งเป็นเครื่องจักรสำคัญในการหาเงินเข้าประเทศ
นายสรเทพ กล่าวในรายละเอียดว่า เรื่องการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักสำคัญตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยแต่ในช่วงหาเสียงไม่เห็นพรรคการเมืองไหนทำนโยบายออกมาแบบจับต้องได้และเห็นวิธีการหาเงินเข้าประเทศอย่างชัดเจนและเป็นการยกเครื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบบูรณาการมีแต่แค่บอกว่าจะเข้ามาหยอดน้ำมันให้เครื่องจักรเดิมหมุนไปต่อได้ ซึ่งก็จะสามารถใช้ได้ไม่นาน
ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีจำนวนแรงงานซึ่งอยู่ในระบบทั้งหมด 3.9 ล้านคนซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากที่สำคัญยังทำรายได้เข้าประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาถึง 1.17 ล้านๆ บาท ขอฝากเป็นการบ้านสำหรับนายกรัฐมนตรีอนุทินที่จะเข้ามาดูแลประเทศควรจะสะสางวางโครงสร้างกระทรวงที่จะดูแลเครื่องยนต์สำคัญตัวนี้ให้กับประเทศไทย
โดย การยุบกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยว แทนกระทรวงกีฬา เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่และเป้าหมายวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกันคล้ายกันมากโดยไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน
ส่วนกระทรวงกีฬาควรจะเปลี่ยนเป็นกรมการการกีฬาอยู่ภายใต้การบริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแทนซึ่งจะทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปได้ง่ายขึ้นเพราะจะเป็นการรวบอำนาจขอบเขตอำนาจของกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามารวมอยู่ในกระทรวงการท่องเที่ยวและยังบริหารการกีฬาซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย
เรามี คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เป็นหน่วยงานระดับนโยบายสูงสุดตามพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มีหน้าที่กำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
แต่ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีไม่เคยเข้าไปนั่งเป็นหัวโต๊ะ แต่ให้รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปดำเนินการ ซึ่งจริงๆในสภาวะการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ตกต่ำลงขนาดนี้จนประเทศเพื่อนบ้านได้แซงหมด นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ที่จะเข้ามาควรจะเปิดโต๊ะและนั่งเป็นประธานเรียกระดมหน่วยงานกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมดเข้ามานั่งประชุมเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแบบบูรณาการ และยั่งยืนมิเช่นนั้นการท่องเที่ยวของบ้านเราเครื่องยนต์ก็จะติดติดดับดับแบบนี้ไปอีกนาน
“ผมเขียนแผนงานและนโยบาย ฝากให้ท่านนายกพิจารณาเรียกว่า นโยบายชื่อ “ทำ ซิ ดี” ทำ CICC D
-Connecting Journey -Image of Safty -Collaboration -Change working operation -Digital Platform ร่างนโยบายการบริหารการท่องเที่ยวเชิงยุทธศาสตร์ โดยอิงจากปัญหาและแนวโน้มล่าสุดเพื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศไทย “
ในแนวทางนำเสนอ ถึง นโยบายการบริหารการท่องเที่ยวประเทศไทย (Strategic Tourism Governance Policy) ดังนี้
บริบทปัญหาและโอกาสปัจจุบัน
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก แต่กำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน เช่น
• การแข่งขันสูงจากประเทศเพื่อนบ้าน
• ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์
• ปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก
• ความต้องการท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืนเพิ่มขึ้น
• โครงสร้างอุตสาหกรรมบางส่วนยังปรับตัวช้า
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า
• ปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 34 ล้านคน ลดลงอย่างต่อเนื่อง
– ปี 2569 คาดอาจกลับขึ้นราว 35 ล้านคน แต่แข่งขันสูงขึ้นและมีแรงกดดันสูง
• ไทยเผชิญการแข่งขันจากประเทศอย่างญี่ปุ่น เวียดนาม และจีนอย่างจริงจัง
• นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ภาคธุรกิจยังปรับตัวไม่ทั่วถึง
ขณะเดียวกัน ภาครัฐกำลังผลักดันแนวคิด Value over Volume เพื่อเน้นคุณภาพและความยั่งยืน
ยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้านนโยบายชื่อ “ทำ ซิ ดี”ทำ CICC D ได้แก่
1.Connecting Journey – เชื่อมโยงประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งระบบ
เป้าหมาย สร้างการเดินทางไร้รอยต่อ (Seamless Tourism Ecosystem)
นโยบาย
• พัฒนา Travel Corridor เชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง
• เชื่อมการเดินทางพัฒนาโครงข่าย Air–Rail–Road–Water
• พัฒนา “Tourism Cluster” เช่น วัฒนธรรม / Wellness / Nature
• เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับ Soft Power ไทย
หน่วยงานหลัก
– กระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
– ททท.
– กระทรวงคมนาคม
2. Image of Safety – สร้างภาพลักษณ์ประเทศปลอดภัยและเชื่อถือได้
เป้าหมาย ยกระดับความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวโลก
นโยบาย
• Smart Tourist Safety Center
• มาตรฐานความปลอดภัยสถานที่ท่องเที่ยวระดับสากล
• Crisis Communication Real-time
• ประกันภัยท่องเที่ยวแห่งชาติแบบสมัครใจราคาถูก หรือ จากกองทุนค่าเหยียบแผ่นดินที่เราควรเริ่มเก็บได้แล้ว
เหตุผลเชิงสถานการณ์
ประเด็นด้านความปลอดภัยมีผลต่อความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว
3. Collaboration – รัฐ-เอกชน-ชุมชน ขับเคลื่อนร่วม
เป้าหมาย สร้าง Tourism Ecosystem ที่ยั่งยืน
นโยบาย
• Tourism Development Fund
• ชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากรการท่องเที่ยว
• Co-create Product ระหว่างเอกชนและท้องถิ่น หน่วยงานรัฐท้องถิ่นเช่น อบต อบจ
• ASEAN Tourism Partnership
เหตุผล การแข่งขันระดับภูมิภาคทำให้ต้องใช้พลังเครือข่าย ไม่ใช่รัฐทำฝ่ายเดียว
4.Change Working Operation – ปฏิรูประบบบริหารการท่องเที่ยว
เป้าหมาย จาก “Mass Tourism” → “High Value Sustainable Tourism”
นโยบาย
• Data-driven Tourism Policy
• Green Tourism Tax Incentive
• ปรับ KPI จาก “จำนวนนักท่องเที่ยว” → “รายได้ / คุณภาพ / Sustainability”
• ยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ Up skill, Reskill
เหตุผล ตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่คุณภาพและความยั่งยืนมากขึ้น
5. Digital Platform – ระบบดิจิทัลกลางด้านการท่องเที่ยว
เป้าหมาย สร้าง Thailand Tourism Super Platform
นโยบาย
• Thailand Tourism Super App
• National Tourism Data Platform
• AI Demand Forecast / Crowd Management
• Smart Visa & Digital ID
– Online Booking Platform By Thailand
เหตุผล นักท่องเที่ยวพฤติกรรมเปลี่ยนสู่ Digital-first และต้องการ Personalized Experience
เป้าหมายผลลัพธ์ระดับประเทศ
เศรษฐกิจ
• รายจ่าย ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มาใช้ในประเทศไทยเพิ่ม
• กระจายรายได้สู่เมืองรอง
สังคม
• ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว
• ลด Over-tourism
สิ่งแวดล้อม
• ลด Carbon Tourism Footprint
• เพิ่ม Green Destination
แนวคิดหลักของนโยบายนี้
จาก “นักท่องเที่ยวเยอะ” → “คุณภาพสูง รายได้สูง ยั่งยืน”
จาก “รัฐนำ” → “ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน”
จาก “ขายสถานที่” → “ขายประสบการณ์ + คุณค่า”

