“สมคิด”ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อน จัดทัพใหม่เร่งโรดโชว์ดึงลงทุนนอกมาไทย

2.03.16 | 18:22 น.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศษฐกิจ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับนางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารรัฐ และเอกชน ภายใต้คณะทำงานขับเคลื่อนการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ว่า ต้องการให้รัฐบาลและเอกชนทุกคนเร่งเดินหน้าเปิดแนวรุกด้านการลงทุนให้ตรงเป้าหมายและเห็นผลแรงและเร็วขึ้น เพราะขณะนี้นักลงทุนต่างชาติที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่แสดงความสนใจลงทุนในไทย ยกตัวอย่างนักลงทุนรายใหญ่ของรัสเซีย 3-4 รายที่ได้ชักชวนไว้ สนใจเข้ามาลงทุนในช่วง 1-2 เดือนจากนี้ และตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ(เอฟดีไอ)เดือนมกราคม 2559 อยู่ที่ 20,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2 เท่าตัว โดยผลตอบรับของนักลงทุนทำให้เห็นว่าทีมทำงานของไทยเองจะต้องปรับตัว ไม่ใช่ประกาศให้เข้ามาและรอลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องกำหนดเป้าหมาย และออกไปเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยให้ได้ ดังนั้นจึงให้ นางอรรชกา ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ไปจัดแบ่ง 9 คลัสเตอร์ที่ดูแล ออกเป็นกลุ่ม 4 กลุ่มย่อย คือ 1.กลุ่มอาหาร เกษตรขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ 2.ดิจิตอล อีโคโนมี 3.ไฮเทค ปิโตรเคมี เครื่องมือแพทย์ 4.ครีเอทีฟ แอนิเมชั่น ภาพยนตร์ และให้รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เอกชน อาทิ นายกานต์ นายประเสริฐ ดูกลุ่มไฮเทค นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดูเรื่องครีเอทีฟ และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมเป็นกรรมการของแต่ละชุด

นายสมคิดกล่าวว่า ทั้งนี้นอกจากเป้าหมายการดึงนักลงทุนให้ได้แล้ว อีกภารกิจสำคัญคือ การเตรียมความพร้อมพื้นที่ลงทุน พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต้องพร้อม ครบวงจร ทั้งสาธารณูปโภคที่จำเป็น และมหาวิทยาลัยในการเสริมความพร้อมลงทุน ส่วนเงื่อนไขการลงทุนที่บางฝ่ายระบุว่าไทยมีอุปสรรคมาก หากเทียบกับเวียดนาม ประเด็นนี้อยากให้มองว่าไทยเองมีความแข็งแรงมากกว่าเพราะเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งในแหลมฉบัง มาบตาพุด ซึ่งอุตสาหกรรมนี้จะส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกมากมาย

นางอรรชกา กล่าวว่า คณะทำงานจะแบ่ง 9 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย คลัสเตอร์ยานยนต์และชิ้นส่วน คลัสเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม คลัสเตอร์ดิจิตอล คลัสเตอร์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คลัสเตอร์เกษตรแปรรูป คลัสเตอร์สิ่งทอ คลัสเตอร์เมดิคอลฮับ คลัสเตอร์อากาศยาน คลัสเตอร์อุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ ออกเป็น 4 กลุ่มย่อย โดยปัจจุบันคณะทำงานขับเคลื่อนการลงทุนฯได้กำหนดจำนวนนักลงทุนใน 9 คลัสเตอร์เป็น 600 บริษัท แต่นายสมคิดต้องการให้เจาะในกลุ่มนี้ให้เร็วขึ้น ดังนั้นบีโอไอจะพิจารณารายละเอียดของการทำงานภายใน 1-2 วันนี้ และนำกลับมาเสนอเพื่อออกแพคเกจชักจูงการลงทุนแบบน็อคดอร์ หรือเคาะประตูบ้าน ให้ตรงเป้าหมายที่สุด

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งร่วมหารือครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า ภาคเอกชนได้หารือถึงอุปสรรค และแนวทางที่ต้องการขับเคลื่อนร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยภาครัฐนั้นต้องการให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทย สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะพร้อมรองรับการลงทุนด้านดิจิตอล โดยเฉพาะระบบซอฟแวร์ เพราะมีสถานที่ บุคลากร และระบบต่างๆที่มีความพร้อม รวมถึงอุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ อุตสาหกรรมไฮเทค การวิจัยและพัฒนา โดยจะชวนนักลงทุนต่างชาติที่รู้จักให้เข้ามาลงทุน อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา