หน้าแรก เศรษฐกิจ วอนรัฐเร่งคลอ...

วอนรัฐเร่งคลอดคนละครึ่งพลัส 3,000 บ. พยุงร้านอาหาร สู้วัตถุดิบพุ่ง-ฟู้ดเดลิเวอรี่ เก็บค่าจีพี 30%

2.04.26 | 16:00 น.

ฐนิวรรณ อ้อนรัฐเร่งคลอดคนละครึ่งพลัส 3,000 บาทต่อคน นาน 3 เดือน พยุงร้านอาหาร สู้ราคาน้ำมัน ทำวัตถุดิบพุ่ง-ฟู้ดเดลิเวอรี่ เก็บค่าจีพี 30%

เมื่อวันที่ 2 เมษายน น.ส.ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า วิกฤตพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ราคาวัตถุดิบร้านอาหารสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อราคาอาหารที่ต้องปรับราคาขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องการให้รัฐบาลช่วยค่าครองชีพประชาชนในช่วงสถานการณ์แบบนี้ พิจารณาวงเงินโครงการคนละครึ่งพลัส 3,000 บาทต่อคน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 เพื่อพยุงธุรกิจร้านอาหารสามารถอยู่ต่อได้

“ขณะนี้ผู้ประกอบการกังวลหนี้ครัวเรือนที่จะเพิ่มขึ้น จากธุรกิจร้านอาหารที่ไม่สามารถประคองธุรกิจต่อไปได้ ต้องหันไปใช้สินเชื่อนอกระบบเพื่อต่อทุน เพราะไม่ใช่ผู้ประกอบการทุกคนที่จะเข้าถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่รัฐบาลประกาศออกมาเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและเอสเอ็มอี จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการอื่นออกมาช่วยผู้ประกอบร้านอาหารที่นอกจากโครงการคนละครึ่งพลัส” น.ส.ฐนิวรรณกล่าว

น.ส.ฐนิวรรณกล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขของโครงการฯ อยากให้รัฐบาลทำคล้ายเงื่อนไขเดิมที่เคยดำเนินการมา คือ แบ่งกลุ่มผู้ร่วมโครงการเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ที่อยู่นอกระบบภาษี ได้วงเงิน 3,000 บาทต่อคน และกลุ่มผู้ยื่นแบบภาษี ได้วงเงิน 3,600 บาทต่อคน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าระบบภาษี โดยมาตรการคนละครึ่งพลัสเฟสแรกที่รัฐบาลอนุทิน 1 แจกเป็นระยะเวลา 2 เดือนเป็นมาตรการที่ดี เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ร้านอาหารหลายแห่งโดยเฉพาะร้านเล็กที่ใกล้ปิดตัวพอประคองต่อไปได้ ซึ่งน่าเสียดายหากรัฐบาลออกมาตรการยาวต่อเนื่อง 6 เดือน คาดว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถตั้งตัวได้ เพราะยอมรับว่าตอนนั้นมันแย่จริงๆ

น.ส.ฐนิวรรณกล่าวว่า นอกจากนี้ ผลกระทบอีกด้านของธุรกิจร้านอาหารหลายรายที่ต่างสะท้อนปัญหาเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้นแล้ว ยังโดนขึ้นค่าบริการระบบ (จีพี) จากฟู้ดเดลิเวอรี่ จาก 15-18% เป็น 30% โดยอ้างว่าราคาน้ำมันแพง หากไม่ขึ้นค่าจีพีจะไม่มีไรเดอร์วิ่งงาน ถือเป็นผลกระทบที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์ร้านอาหารวิกฤตมากกว่าเดิม