CIMB ย้ำรัฐอย่าบิดเบือนกลไกตลาด-ไม่หว่านแห เตือนบาดแผล ศก.ฝังรากลึก
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันในไทยแพงขึ้นนั้น การบริหารจัดการราคาน้ำมันแบบง่ายที่สุดคือ อย่าบิดเบือนกลไกตลาด รู้ว่าราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ประชาชนเดือดร้อน ต้องใช้น้ำมันในราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งคนคงไม่อยากใช้เงินมากขึ้น หรือต้องต่อแถวรอเติมน้ำมันยาวๆ แต่การลดผลกระทบของประชาชน หลักการต้องไม่ใช่การอุ้มแบบหว่านแห่ แต่ต้องดูแลกลุ่มคนเปราะบางผู้มีรายได้น้อยก่อน เพราะต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำมาเป็นเวลานาน กลุ่มคนหาเช้ากินค่ำ รายได้โตไม่ทันรายจ่าย ต้องก่อหนี้นอกระบบเพื่อนำมาใช้ดำเนินชีวิต ทำให้ต้องประเมินและดูแลกลุ่มคนเหล่านี้เป็นหลัก ไม่ใช่การหว่านแหไปทั่วแบบเดิม
“คาดการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในปี 2569 นี้ คงไม่ได้เห็นที่ระดับ 30 บาทต่อลิตรแล้ว ราคาอาจปรับขึ้นจนทะลุ 60 บาทจต่อลิตร หรืออาจไม่ทะลุก็ได้ และสุดท้ายราคาจะปรับตัวลงอยู่ดี ทำให้ต้องปรับตัวรับมือ โดยเชื่อว่าการย้ายฐานการลงทุนจะยังดำเนินต่อไป ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่อาจชะลอตัวลงเล็กน้อย เพื่อรอดูทิศทางความชัดเจนของสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้การขยับของเศรษฐกิจยังสามารถดำเนินไปต่อ ภาคธุรกิจจึงต้องประคองตัวเองอยู่ให้รอดจนถึงวันนั้น” นายอมรเทพ กล่าว
นายอมรเทพ กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจลากยาวไปเรื่อยๆ โดยขณะนี้คาดว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีมากขึ้นในไตรมาส 2/2569 ทำให้แม้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นถึง 120 เหรียญต่อบาร์เรล สุดท้าจะลดลงอยู่ดี แต่หากไม่ใช่อย่างนั้นจะมีผลกระทบตามมา ธนาคารกลางในภูมิภาคอาจต้องขยับตัวมากขึ้น ซึ่งต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไร แต่ทิศทางไตรมาส 2 นี้ เราเจอภาวะค่าครองชีพปรับตัวขึ้นสูงอย่างแน่นอน โดยอยากเตือนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มที่ถูกกระทบจากต้นทุนที่กำลังขยับขึ้นสูง แต่ไม่สามารถขยับสินค้าตามได้อย่างเต็มที่ ต้องรักษาสภาพคล่อง ดูแลต้นทุน บริหารจัดการด้านการจ้างงานและกำไรของธุรกิจให้ดีที่สุด
นายอมรเทพ กล่าวว่า ประเทศไทยโดนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาภาษีสหรัฐที่มีผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทยมากอยู่แล้ว เพราะการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกถือว่ามีขนาดใหญ่ต่อเศรษฐกิจไทย เมื่อมาผนวกกับผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ยิ่งทำให้ประเทศไทยมีผลกระทบมากกว่าเดิม โดยอีกเรื่องที่ต้องเตรียมรับมือคือ การเปลี่ยนแปลงของภาษีสหรัฐที่จะปรับขึ้นจากทั่วโลก จะมีความชัดเจนขึ้น และมีอำนาจต่อรองจากฝั่งสหรัฐมากขึ้น ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมรับมือโดยเฉพาะสินค้าจากสหรัฐที่เราปิดกั้นไว้ ซึ่งส่วนนี้เชื่อว่าสหรัฐจะประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีเพื่อลดการเกินดุลนำเข้าสินค้าไปสหรัฐแน่นอน
นายอมรเทพ กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งน้ำมันถือเป็นพลังงานที่ใช้ในหลายส่วนทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ภาคการเกษตร และการบริการ เพราะทุกอย่างใช้พลังงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำราคาน้ำมันขึ้นสูงโดยเฉพาะดีเซล ราคาขนส่งโลจิสติกส์ และราคาสินค้าก็เรียงหน้าปรับตัวขึ้นเช่นกัน รวมถึงค่าไฟฟ้าที่อาจปรับตัวขึ้นตามมา โดยความน่ากังวลอีกทางคือ ค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งการที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ทำให้คนไทยที่มีกำลังซื้อเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อเลี่ยงการใช้น้ำมันแพง แต่ต้องไม่ลืมว่าสุดท้ายแล้วค่าไฟจะปรับขึ้นตามมาเช่นกัน เพราะใช้น้ำมันเป็นพลังงานในการผลิตด้วย แม้ราคาจะไม่ได้สูงเท่าราคาน้ำมัน แต่ถือเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแน่นอน
นายอมรเทพ กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อที่มีความกังวลกันนั้น ตอนนี้ยังอยู่ระดับไม่ถึง 2% แต่ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นไปก่อนแล้ว ค่าครองชีพสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่แพงขึ้น โดยตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน เงินเฟ้อปรับขึ้นวิ่งแบบเต็มที่ก็อยู่ประมาณ 1% กว่า และถึงจุดก็ขยับตัวลง แต่สินค้าที่ปรับราคาขึ้นไป ทั้งไข่ไก่ อาหารตามสั่ง เมื่อปรับราคาขึ้นไปแล้วจะไม่มีการปรับลง สะท้อนถึงภาวะรายได้โตแต่ไม่ทันรายจ่าย และเมื่อสงครามจบลงแล้วก็ไม่ได้หมายความว่า ผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นจะจบลงด้วย เพราะผลกระทบจะฝังรากลึกอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เป็นบาดแผลที่ทำให้ทุกคนต้องพยายามปรับตัวอย่างเต็มที่

