หน้าแรก เศรษฐกิจ ผู้ประกอบการเ...

ผู้ประกอบการเที่ยว เสนอยุทธศาสตร์ 26 ข้อ ถึงรบ.ใหม่ ชี้น้ำมันแพง งดเดินทางสงกรานต์ ยอดวูบ 30%

4.04.26 | 10:58 น.

ผู้ประกอบการเที่ยว เสนอยุทธศาสตร์ 26 ข้อ ใน 5 แกน ถึงรัฐบาลใหม่ ชี้น้ำมันแพง งดเดินทางสงกรานต์ ยอดวูบ 30%

วันที่ 4 เมษายน นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทยและ CEO Kitdi Ventures เปิดเผยว่า สิ่งที่อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรี ขอลงรายละเอียดดังนี้

“ปี 2026-2035 ผู้นำรัฐบาลต้องเก่งแบบ 3 มิติ คือ มองไว มองไกล และมองลึกมากกว่าเดิม “

เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้นไวขึ้น โดยเฉพาะการขับเคลื่อนด้วย AI ที่เปลี่ยนโลกไวขึ้นจากหลักปี เป็นหลักนาที

ในขณะเดียวกันยุคนี้เป็นยุคของ Deep & Specialty ที่ลูกค้าต้องการของดี ของพิเศษ ต้องการประสบการณ์ที่ลึกซึ้งขึ้น และเราต้องเป็นผู้เชียวชาญจริงในเรื่องที่ทำ เช่น เรื่อง Longevity / Gastronomy / Digital Nomad / Biotech

และเรื่องโลกรวนทั้งด้วยปัญหา Climate Change และ GeoPolitic การขาดแคลนทรัพยากรจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เราต้องมองไกลขึ้น ต้องปรับตัวเก่งขึ้น ต้อง Resilience & Sustainable ต้องล้มและลุกเร็วและมี action สู่ความยั่งยืน

Advertisement

ดังนั้นรัฐบาบต้อง Re-Intelligence ประเทศไทย เพราะในวิกฤตมีโอกาส ต้องเปลี่ยนบทบาทรัฐจาก ‘ผู้กำกับดูแล’ และ‘อุปสรรค’ เป็น ‘ผู้สนับสนุนและผู้ร่วมลงทุน’ และชวนคนไทยทุก Gen ทั้ง X Y Z BabyBoomer เร่งพัฒนาเป็น Dual Intelligence ที่เก่งทั้ง Human และ Artificial Intelligence

มาช่วยกันคิดและทำเพื่อพาประเทศไทยกระโดดข้ามกับดักรายได้ปานกลางที่ต่ำลงเรื่อยๆ สู่การเป็นผู้นำในเวทีโลกจากจุดแข็งที่เรามี ด้วยนวัตกรรม วัฒนธรรมและทุนมนุษย์อย่างสมดุลและยั่งยืน”

​Unleash Thailand 2035: The A-Z Strategic Blueprint คือสิ่งที่ผมขอฝากท่านนายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณา ยุทธศาสตร์ 26 ข้อ ใน 5 แกน

​”ยุทธศาสตร์พลิกโฉมประเทศไทย: ด้วยนวัตกรรม ความสมดุลและยั่งยืน”

​Pillar 1: Future Engine & Technology (เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่)

​A – AI for All : วาง National AI Infrastructure สร้าง Dual Intelligence สร้างคนทุกช่วงวัย ให้ใช้ AI เป็นเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต (Productivity) ในทุกภาคส่วน

​B – Bio-Logic Economy: ปลดล็อกฐานทรัพยากรชีวภาพสู่ “Biotech Hub” สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลในอุตสาหกรรมอาหารและการแพทย์

​C – Carbon Neutral Alpha: ปักหมุดไทยเป็น “Decarbonization Center” นำร่องเทคโนโลยี Carbon Capture และพลังงานสะอาดในอาเซียน

​G – Green Hydrogen Frontier: ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน “ไฮโดรเจนสะอาด” เพื่อเป็นหัวใจใหม่ของภาคขนส่งและอุตสาหกรรมหนัก

​Q – Quantum Nation: ก้าวสู่การคำนวณขั้นสูง (Quantum Computing) เพื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และการวิจัยวัสดุศาสตร์ระดับลึก

​V – Venture State: รัฐบาลในบทบาท “ผู้ร่วมลงทุน” (Venture Capital) เพื่อปั้น DeepTech Startup ไทยให้เป็น Unicorn ระดับโลก

​Pillar 2: Global Hub & Connectivity (การเชื่อมต่อและศูนย์กลางโลก)

​H – High-Value & Balance Tourism : เน้นทั้ง “คุณภาพและรายได้ต่อหัว” และการกระจายรายได้อย่างสมดุล ผ่าน Medical Wellness และประสบการณ์ระดับพรีเมียม หลากหลายทั้งเมืองหลัก เมืองรอง

​L – Logistics Gateway: ใช้ภูมิรัฐศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ พัฒนาไทยเป็น “ประตูหลักของเอเชีย” เชื่อมโยง บก-ราง-เรือ-อากาศ แบบไร้รอยต่อ

​M – MedHub Global: ผสานเทคโนโลยี AI Diagnostics เข้ากับบริการทางการแพทย์ที่เป็นเลิศ เพื่อเป็น “ศูนย์กลางสุขภาพโลก”

​N – Next-Gen Mobility: ยกระดับฐานการผลิตจาก EV ไปสู่ “ยานยนต์ไร้คนขับ” และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน

​S – Soft Power Matrix: ใช้ Data และแพลตฟอร์มดิจิทัลผลักดัน Content, Fashion, Food ไทยให้ครองพื้นที่สื่อและตลาดโลก

​X – X-Border Commerce: ทลายกำแพงการค้าข้ามพรมแดนด้วย Digital Trade Token และระบบศุลกากรอัตโนมัติ 24/7

​Pillar 3: Human Capital & Future Work (ทุนมนุษย์และการทำงานแห่งอนาคต)

​D – Digital Talent Magnet: ปรับกฎหมายให้ไทยเป็น “Global Workspace” ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาสร้าง Ecosystem ในไทย

​E – EdTech Revolution: รื้อระบบการศึกษาด้วย “Skill-First Learning” ใช้ AI ออกแบบเส้นทางอาชีพตามทักษะจริงมากกว่าใบปริญญา

​J – Job Reinvention: สร้างนิยามใหม่ของการทำงาน สนับสนุน Gig Economy และการ Upskill แรงงานให้ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และ AI ได้

​T – Talent Mobility: ระบบที่เอื้อให้บุคลากรเก่งๆ หมุนเวียนระหว่าง “รัฐ-เอกชน-มหาวิทยาลัย” ได้อย่างคล่องตัวและไร้ระเบียบกั้น

​Y – Youth Co-Creation: ให้คนรุ่นใหม่เป็นสถาปนิกนโยบายผ่าน “Policy Sandbox” ที่มีงบประมาณและอำนาจตัดสินใจจริง

​Pillar 4: Inclusive & Resilient Society (สังคมเท่าเทียมและยืดหยุ่น)

​F – Fintech Inclusion: ใช้ Blockchain ทลายกำแพงการเงิน ให้ SME และรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

​K – Knowledge Economy: เปลี่ยนสินค้าและบริการแบบเดิม ให้เป็นสินค้าที่ขายด้วย “องค์ความรู้” และทรัพย์สินทางปัญญา

​P – Precision Agriculture: เกษตรแม่นยำสูงใช้ Sensor & Drone เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่และลดต้นทุนให้เกษตรกรยุคใหม่

​R – Resilience City: ออกแบบเมืองที่ยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ และจัดการมลพิษ PM 2.5 ด้วยผังเมืองอัจฉริยะและเทคโนโลยี (Smart City)

​U – Urban-Rural Synergy: ลดช่องว่างเมืองและชนบทด้วย Tele-Service ทั้งการแพทย์ การค้าและการศึกษาที่เข้าถึงทุกพื้นที่

​W – Waste-to-Wealth: เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานหรือวัตถุดิบใหม่ สร้างรายได้จาก “Zero Waste”

​Pillar 5: Agile Governance (รัฐบาลดิจิทัลที่ว่องไว)

​I – Intelligent Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 6G & Satellite Internet ที่แข็งแกร่งและครอบคลุมเป็นรากฐานของชาติ

​O – Open Government: รัฐบาลดิจิทัลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วย Data และให้บริการประชาชนแบบ “One-Stop Digital Service”

​Z – Zero Bureaucracy: ทำลายระบบราชการที่ล้าหลังด้วย Smart Contract & Automation เพื่อให้ “ความเร็ว” คือความก้าวหน้าของชาติ

คำถามคือ ประเทศไทยกำลังทำอะไรที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุค 2026-2035 บ้าง

“ไทย-เทศเที่ยวสงกรานต์หาย30%” นายกิตติ กล่าวถึงบรรยากาศภาคท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์2569 ว่า สงกรานต์ปีนี้ คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะลดลงประมาณ 15-20% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว และคนไทยเที่ยวไทย ลดลง 20-30% จากปัญหาน้ำมันแพงและประชาชนกังวลเรื่องค่าครองชีพที่กำลังจะสูงขึ้น