MFEC ชู AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กร ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตท่ามกลาง ศก.ท้าทาย

7.04.26 | 06:01 น.

MFEC ชู AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กร ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจท้าทาย

นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงาน MFEC Inspire 2026 – Empowering Tomorrow’s Enterprise with AI เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารองค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการนำเสนอแนวคิดและโซลูชันด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ระดับองค์กร (Enterprise AI) ที่มุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริงมากกว่าการทดลองใช้งานในเชิงเทคโนโลยี

นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า บทสนทนาวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยปัญหาเศรษฐกิจหรือสงคราม แต่เริ่มต้นด้วยคำว่า “The Long Crisis” — วิกฤตที่ไม่จบ และไม่ฟื้นง่าย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จนถึงวันนี้สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่แค่วิกฤตระยะสั้น เราเห็นการขาดแคลนในหลายด้าน แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือความสั่นคลอนของสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกธุรกิจ คือ “Relationship” หรือความสัมพันธ์ระหว่าง Technology Vendor กับลูกค้า และเราที่ไม่เหมือนเดิม ซอฟต์แวร์บางตัวถูกปรับราคาขึ้นถึง 50 เท่า ในระยะเวลาเพียง 7 ปี ภารกิจของ MFEC คือการช่วยลูกค้า ทำ Rebalancing Cost เราไม่ได้ต้องการเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แพงที่สุด แต่เรามาเพื่อช่วยหาโซลูชันที่เหมาะสม ในราคาที่ใช่ เพื่อสร้างทางเลือกให้กับองค์กร ไม่ให้ลูกค้าถูกผูกมัด และสามารถรักษาความคล่องตัวขององค์กรได้ในระยะยาว

“เน้นย้ำว่า การนำเอไอมาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบ 3 ส่วนควบคู่กัน ได้แก่ คน (People), กระบวนการ (Process) และเทคโนโลยี (Technology) โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะของบุคลากรให้สามารถทำงานร่วมกับเอไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการทำเอไอ ทรานฟอร์เมชัน” นายศิริวัฒน์ กล่าว

นายธนกร ชาลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแรงกดดันด้านการแข่งขันที่สูงขึ้น บริษัทได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์ว่า การลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะเอไอในปัจจุบัน ไม่สามารถวัดผลเพียงในเชิงนวัตกรรม แต่ต้องตอบโจทย์ความคุ้มค่า ผลลัพธ์ทางธุรกิจ และความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างชัดเจน องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวจากการใช้เอไอในลักษณะเครื่องมือเฉพาะจุดไปสู่การวางเอไอเป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร

Advertisement

“งานนี้มีโซนโชว์เคสที่ประสบความสำเร็จด้านระบบการทำงานต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาศึกษาในเบื้องต้นเพิ่มเติมได้ โดยบริษัทเน้นในการหาเทคโนโลยีที่ดีในราคาที่เหมาะสมให้กับลูกค้า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจแบนนี้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ แต่ก็ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจต่อไป” นายธนกร กล่าว

นายธนกร กล่าวว่า เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถแปลงแนวคิดดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติได้จริง งาน MFEC Inspire 2026 ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานสัมมนา โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วนหลัก เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเข้าใจและนำเอไอไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ 1.Seminar: Strategic Insights เวทีถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์จากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชน 2.Pavilions: Explore the Foundations พื้นที่จัดแสดง Use Case การใช้งานจริง ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ 3.Marketplace: Partner Ecosystem พื้นที่เชื่อมต่อกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกกว่า 20 บริษัท และ 4.Workshop: Design & Build กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขโจทย์ธุรกิจจริง

นายธนกร กล่าวว่า 3 แกนสำคัญของการลงทุนเทคโนโลยีที่สร้างผลลัพธ์จริง ได้แก่ 1.Enterprise AI: จาก Use Case สู่ Workflow ขององค์กร เพราะการนำเอไอมาใช้ในองค์กรจะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง หากยังคงอยู่ในระดับของการทดลองหรือการใช้งานแบบแยกส่วนในแต่ละบุคคล จึงต้องยกระดับเอไอเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างชัดเจน 2.Cost Optimization: เทคโนโลยีที่ดี ต้องสร้างความคุ้มค่า ในสภาวะที่องค์กรต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุน การลงทุนด้านเทคโนโลยีไม่สามารถวัดผลเพียงจากความล้ำสมัยได้อีกต่อไป แต่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าลงทุนแล้วคุ้มค่าหรือไม่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ในเวลาเดียวกัน และ 3.Data & Resilient IT Infrastructure: รากฐานของการเติบโตในระยะยาว เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานเอไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขยายระบบได้ในอนาคต โครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและมั่นคง (Resilient) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว