จับตา 6 โรงกลั่น ถกสรุปตัวเลขกำไรส่วนเกินให้ คตร. ชงเข้าครม.นัดพิเศษ ช่วงค่ำวันนี้
วันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง(คตร.) ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา
โดยคตร.มีมติให้กระทรวงพลังงาน เร่งเจรจาขอความร่วมมือกับกลุ่มโรงกลั่น เพื่อนำส่งกำไรส่วนเกินพิเศษในช่วงวิกฤตนี้เข้าสู่กองทุนน้ำมันฯ และส่งผ่านเป็นส่วนลดราคาขายปลีกถึงมือประชาชนทันที
จากนั้น คตร.จะนำข้อสรุปดังกล่าว เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษช่วงค่ำวันนี้ (6 เมษายน)
รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง เช่น ไทยออยล์ , ไออาร์พีซี , พีทีที โกลบอล เคมิคอล , สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง , บางจาก คอร์ปอเรชั่น , เอสโซ่ (ประเทศไทย) อยู่ระหว่างหารือกันครั้งสุดท้าย ก่อนสรุปตัวเลขกำไรส่วนเกินให้ คตร.
โดยคตร. ให้นำมติครม. เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 มาใช้เป็นแนวทางเทียบเคียง เพื่อดึงกำไรส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่น นำมาโอนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับใช้เป็นกลไกในการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้กำไรส่วนเกินจะยึดค่าการกลั่น และนำเงินส่วนเกินมาส่งให้รัฐ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ตัวเลขตามกรอบที่เคยศึกษาไว้ คือ เฉลี่ยต้องไม่เกิน 2.45 บาทต่อลิตร ดังนั้นเดือนมีนาคม ค่าการกลั่นพุ่งอยู่ที่ 7.30 บาทต่อลิตร ส่วนเกิน 4.85 บาทต่อลิตร ต้องส่งให้รัฐ อย่างไรก็ตามตัวเลข 2.45 บาทต่อลิตร ต้องดูค่าเฉลี่ยต้นทุนของ 6 โรงกลั่นอีกครั้ง
เพราะสถานการณ์วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การนำเข้าน้ำมันดิบจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าพรีเมียมสงคราม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มที่ผู้ขายเรียกเก็บ หรือเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติมในการนำเรือขนส่งน้ำมันดิบออกจากพื้นที่เสี่ยง
เมื่อได้ข้อสรุปค่าการกลั่นนำมาคำนวณกับส่วนต่างและช่วงเวลา จะได้วงเงินกำไรส่วนเกิน ซึ่งวงเงินนี้ขึ้นอยู่กับครม.นัดพิเศษว่า จะใช้ดำเนินการอย่างไร อาจดำเนินการ
1.ลดราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อลดราคาขายปลีกทันที
2.อาจส่งเข้ากองทุนน้ำมันเพื่อบริหารจัดการ
3.อาจนำไปอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง
ทั้งหมดต้องรอมติครม. โดยวันที่ 7 เมษายน คาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เพื่อมีมติดำเนินการตามข้อสั่งการของครม.
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการตรวจสอบพบว่า เดือนกรกฎาคม ปี 2565 บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) ได้ดำเนินการตามมติครม. เวลานั้น ส่งกำไรส่วนเกิน 3,000 ล้านบาท เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนจากสถานการณ์วิกฤตจาการสู้รบของ รัสเซีย-ยูเครน เป็นจำนวนเงินเดือนละ 1,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท โดยเป็นรายเดียวที่ส่งเงินให้รัฐในเวลานั้น

