หน้าแรก เศรษฐกิจ จาก‘ทีมสุดซอย...

จาก‘ทีมสุดซอย’มา‘ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว’ ปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ให้กับอุตสาหกรรมที่ดี

7.04.26 | 12:22 น.

จาก‘ทีมสุดซอย’มา‘ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว’
ปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ให้กับอุตสาหกรรมที่ดี

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนและคนในสังคมจะเห็นภาพข่าวการทำงานอย่างจริงจังของกระทรวงอุตสาหกรรมในการตรวจจับสินค้าปลอมแปลงที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือโรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย/มาตรฐานความปลอดภัย หรือผลิตสินค้าปลอมแปลงที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่บ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น ทีมสุดซอยตรวจโรงงานผลิตเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน จึงได้อายัดสินค้าทั้งหมดและสั่งปิดสายการผลิต ทีมสุดซอยตรวจพบการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จึงสั่งส่งกลับประเทศต้นทางภายใน 30 วัน ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยวตรวจโกดังสินค้าพบเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ผ่าน มอก. จึงเตรียมส่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเป็นคดีพิเศษ หรือชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยวตรวจพบโรงงานมีของเสียเคมีอาจเป็นวัตถุอันตราย จึงได้สั่งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เป็นต้น

ท่านผู้อ่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชื่อ “ทีมสุดซอย” และ “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” มากนัก คอลัมน์คิดเห็นแชร์ฉบับนี้ จึงขอนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง ในรูปแบบของคำถาม-คำตอบ (Q & A) ดังนี้

1.“ทีมสุดซอย” และ “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” คืออะไร มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

“ทีมสุดซอย” และ “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” คือ ทีมปฏิบัติการตรวจสอบเชิงรุกเพื่อบังคับใช้กฎหมาย มาตรฐาน และความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นการลงพื้นที่จริงทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบ 1) สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ใกล้ตัวประชาชนและมีความเสี่ยงสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า (หลอดไฟ พัดลม เตารีด) วัสดุก่อสร้าง (เหล็ก) เซลล์แบตเตอรี่ของพาวเวอร์แบงก์ อะแดปเตอร์ ของเล่นเด็ก ภาชนะสัมผัสอาหาร (พลาสติก) เป็นต้น และ 2) โรงงานที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและความปลอดภัย หรือโรงงานที่ลักลอบผลิตสินค้าผิดกฎหมายหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเมื่อทีมปฏิบัติการตรวจพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายกระทรวงอุตสาหกรรมในทันที รวมทั้งขยายผลดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisement

ทีมสุดซอยจะเกิดขึ้นก่อนในสมัยของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยชื่อ “สุดซอย” มาจากแนวคิดที่ว่า หากตรวจพบว่า โรงงานใดทำผิดกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว นอกจากจะดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายนั้นในทันทีแล้ว จะทำการตรวจสอบโรงงานนั้นต่อไปในทุกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มีการใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือไม่ (แรงงานต่างด้าวไม่ขึ้นทะเบียน) หรือมีการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ (ปล่อยน้ำเสีย ควันพิษ เสียงดัง) หรือมีการหลีกเลี่ยงภาษี หรือทำบัญชีไม่โปร่งใสหรือไม่ โดยเมื่อพบว่ามีการดำเนินการผิดกฎหมาย ก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น DSI) เข้าดำเนินคดีเพิ่มเติมด้วย …อุปมาอุปไมยได้ว่า เมื่อเดินเข้าซอยมาแล้วก็ต้องเดินต่อไปจนสุดซอย ให้ถึงท้ายซอยนั่นเอง

ต่อมา เมื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อ “ทีมสุดซอย” มาเป็น “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” โดยมีหลักการทำงานว่า ในการตรวจจับโรงงานที่ทำผิดกฎหมายหรือโรงงานเถื่อน หรือตรวจจับสินค้าไม่มีคุณภาพจากต่างประเทศหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน จะดำเนินการอย่างเต็มกำลังภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน เมื่อตรวจเจอโรงงานที่ทำผิดกฎหมายจะสั่งปิดในทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อโรงงานปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมจะรีบเปิดให้โดยเร็วด้วยเช่นกัน

2.“ทีมสุดซอย” และ “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” ประกอบด้วยใครบ้าง

“ทีมสุดซอย” และ “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนกลาง ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นหลัก และส่วนภูมิภาค จะเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมีคณะทำงานของรัฐมนตรี (ทีมการเมือง) เป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่บางครั้งอาจมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา (เช่น ด้านกฎหมาย ด้านการตรวจค้น หรือนักวิเคราะห์ข้อมูล) จากหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมเพิ่มเติมด้วย เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรมศุลกากร หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นต้น

3.ในการปฏิบัติงานได้รับเบาะแสการกระทำผิด หรือเลือกสถานประกอบการอุตสาหกรรมในการเข้าไปตรวจจับอย่างไร

ทีมปฏิบัติการจะใช้เวลาในการสืบสวนและหาข้อมูลเชิงลึกก่อนการเข้าตรวจจับโรงงาน โดยมีเบาะแสหรือแหล่งข่าวจากประชาชนทั่วไปและหน่วยงานรัฐ มาจากหลายแหล่ง ตัวอย่างเช่น

1) มอก.วอทช์ (TISI WATCH) หรือระบบตรวจสอบสินค้าออนไลน์อัจฉริยะของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดย “มอก.วอทช์” จะใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบอตอัตโนมัติสแกนหน้าเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ แล้วตรวจจับคีย์เวิร์ดและรูปภาพเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐาน ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อตรวจจับสินค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ได้มาตรฐาน มอก.

2) การตรวจสอบจากเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และการสแกน QR Code บนสินค้า ทำให้ทราบว่าสินค้าบางส่วนมีการปลอมแปลง โดยเมื่อประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดปกติจากสินค้าแล้ว สามารถแจ้งผ่าน QR Code ให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทราบ เพื่อการขยายผลไปถึงต้นทางทั้งโรงงานผลิตและผู้นำเข้า

3) ระบบแพลตฟอร์มแจ้งเรื่องร้องเรียนออนไลน์ “แจ้งอุต” ซึ่งพัฒนามาจากระบบ Traffy Fondue ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาของกรุงเทพมหานคร ที่พัฒนาโดย สวทช. (NECTEC)

4) ระบบรับแจ้งเรื่องร้องเรียนของกระทรวงอุตสาหกรรม (i-dee Pro) ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลเรื่องร้องทุกข์กับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

5) การเฝ้าระวังเชิงรุกของเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม เช่น การตรวจติดตามของ สมอ.ตามแผนปฏิบัติการ แล้วพบการกระทำความผิด หรือการตรวจโรงงานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการกำกับดูแลการประกอบกิจการในพื้นที่

4.ทำไม “ทีมสุดซอย” และ “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” ต้องตรวจเข้มและจริงจังมาก

สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและโรงงานที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย/มาตรฐาน ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง เช่น ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค (สินค้าไม่ได้มาตรฐานทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตและผลเสียต่อสุขภาพ) ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ (ลดความเชื่อมั่นของของไทยทั้งในและต่างประเทศ) ส่งผลกระทบต่อสังคม (เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุเนื่องจากอาคาร อุปกรณ์ หรือยานพาหนะไม่ได้มาตรฐาน ภาระต่อระบบสาธารณสุขและรัฐ จากการรักษาผู้ได้รับผลกระทบ) ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ทำให้ก่อมลพิษจากการผลิตหรือของเสียที่ไม่ได้ควบคุม เกิดขยะมากขึ้น เพราะสินค้าอายุการใช้งานสั้น) ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม โดย “ทีมสุดซอย” และ “ชุดปฏิบัติการเต็มเหนี่ยว” จำเป็นต้องดูแลประชาชน ชุมชนและสังคมโดยรอบโรงงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ การลงโทษโรงงานที่กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของไทย และยึดคืนพื้นที่ให้กับอุตสาหกรรมที่ดี ที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย มาตรฐาน และความปลอดภัย

เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการดี ยกระดับมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐาน คุ้มครองผู้บริโภค ลดมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน