หน้าแรก เศรษฐกิจ บริษัทค้าเม็ด...

บริษัทค้าเม็ดพลาสติก เผยสถานการณ์ตึงตัว รายใหญ่เก็บสต๊อกมากสุด พอใช้แค่มิ.ย.

6.04.26 | 17:53 น.

บริษัทค้าเม็ดพลาสติก ชี้โอกาสตึงตัว รายใหญ่เก็บสต๊อกมากสุด พอใช้แค่ มิ.ย.

เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายศรัณย์ ศรีมาโนชญ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์โพลิเมอร์ส อินเตอร์ จำกัด ธุรกิจจำหน่ายเม็ดพลาสติก เปิดเผยถึงสถานการณ์เม็ดพลาสติก หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลางมาแล้วกว่า 1 เดือนว่า อุตสาหกรรมพลาสติกและปิโตรเคมีไทยมีความสำคัญ ถ้า GDP ไทยอยู่ประมาณ 19 ล้านล้านบาทต่อปี อุตสาหกรรมพลาสติกไทย รวมตั้งแต่โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก ผู้แทนจำหน่าย และภาคแปรรูป ในไทยมีโรงงานแปรรูปที่ดำเนินการอยู่กว่า 3,300 แห่ง อุตสาหกรรมนี้รวมกันมีมูลค่าประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น14.4% ของ GDP ไทย จึงถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทย

นายศรัณย์กล่าวว่า ผลกระทบต้องแยกเป็น 3 ส่วนคือ ลูกค้ากลุ่มเอ เป็นลูกค้ารายใหญ่ ที่สั่งซื้อกันสม่ำเสมอ มีวินัยในการซื้อและบริหารจัดการสต๊อกได้ดี ผู้ผลิตก็จะพยายามดูแลให้มีสต๊อกใช้ได้ประมาณ 2-3 เดือน หรือเพียงพอในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มพรีเมียม โอกาสขาดของจะน้อยมาก ส่วนกลุ่มบี ธุรกิจขนาดกลาง และการซื้อไม่สม่ำเสมอมากนัก กลุ่มนี้จะเริ่มมีปัญหามากขึ้น เพราะเก็บสต๊อกได้ไม่มาก โดยทั่วไปอาจมีสต๊อกประมาณ 2 เดือน เพราะติดปัญหา มีสถานที่จัดเก็บได้จำกัด เงินทุนจำกัด ยอดซื้อไม่ได้สม่ำเสมอ ความสัมพันธ์กับผู้ผลิตจึงไม่แน่นเท่ากลุ่มเอ

นายศรัณย์กล่าวต่อว่า ส่วนกลุ่มซี เป็นรายเล็กและเอสเอ็มอี กลุ่มนี้จะเหนื่อยที่สุด เพราะเงินทุนไม่พอ สถานที่จัดเก็บน้อย cash flow ไม่พอ working capital ไม่พอ ยอดซื้อไม่สม่ำเสมอ ขณะที่บางรายซื้อแบบช้อปปิ้งเห็นที่ไหนถูกก็ไปซื้อที่นั่น พอเกิดวิกฤตขึ้น กลุ่มนี้จะเปราะบางที่สุด ประกบกับช่วง 3-4 ปีก่อน ปิโตรเคมีโลกเป็นภาวะของล้นตลาดมาก (oversupply) ทำให้มีการดัมพ์ราคา ผู้ประกอบการหลายรายพยายามซื้อจากแหล่งที่ถูกที่สุด เช่น จีน หรือตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ ซาอุดีอาระเบีย

“กลุ่มที่ออกข่าวว่าตัวเองไม่ได้รับการดูแลจากผู้ผลิตในประเทศ แต่ในข้อเท็จจริงบางรายก่อนหน้านี้ซื้อจากต่างประเทศเป็นหลักอยู่แล้ว เช่น นำเข้าวัตถุดิบเองจากต่างประเทศ พอฝั่งต่างประเทศเกิดเหตุสุดวิสัย ยกเลิกส่งมอบ เขาก็หันกลับมาบอกว่าผู้ผลิตในประเทศไม่ดูแล แต่ความจริงคือเขาไม่ได้ซื้อจากผู้ผลิตในประเทศอย่างสม่ำเสมอมาก่อน อันนี้ผมพูดตรงไปตรงมา ไม่ได้ต้องการกล่าวหาใคร แต่ข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้น

ตอนนี้สถานการณ์ตึงตัว แต่ยังไม่ถึงกับขาดแคลน เพราะของจากอ่าวอาหรับทั้งแก๊สและน้ำมันดิบยังไม่มา ซึ่งทุกคนทราบดี แต่รัฐบาลพยายามหาแหล่งจากนอกอ่าวมาทดแทน เนื่องจากแหล่งในอ่าวคิดเป็นประมาณ 20-25% ของทั้งแก๊สและน้ำมันดิบที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่มีของใหม่เข้ามาเลย จะอยู่ได้อีกประมาณ 2-3 เดือน” นายศรัณย์กล่าว และว่า ส่วนเรื่องราคานั้น ต้องปรับขึ้นจากต้นทุนขนส่งและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยขึ้นบางละ 60-90% เทียบกับก่อนเกิดสงครามตะวันออก

Advertisement